1.2 Nasopharyngeal
aspirate (suction)
เป็นวิธีการเก็บตัวอย่างที่มีโอกาสได้เชื้อไวรัสสูงที่สุด
1. เก็บโดยใช้สายพลาสติกที่ต่อกับเครื่องดูดเสมหะ ในลักษณะการดูดเสมหะผู้ป่วย
ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการของระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง
หรือมีอาการรุนแรง
2. สอดใส่สายพลาสติกเข้าในท่อ Endotracheal tube หรือช่องจมูก
หรือช่องปากผู้ป่วย
3. ดูดสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจประมาณ 2-3 มล. ใส่ในหลอดที่ปราศจากเชื้อ
(กรณีดูดเสมหะได้น้อย ใช้ Viral Transport Media ล้างเซลล์ที่ค้างสายลงในหลอด)
4. ส่งสารคัดหลั่ง หรืออาจตัดสายพลาสติกที่มีเสมหะติดอยู่
แช่เย็นและนำส่ง
5. เขียนประวัติรายละเอียดในใบนำส่งตัวอย่างให้ละเอียด
Nasopharyngeal swab
ใช้หลักการเดียวกับการใส่สาย NG tube
1. ให้ผู้ป่วยหายใจเข้าลึก ๆ และหายใจออกจนสุด หลังจากนั้นกลั้นหายใจพร้อมหลับตา
2. สอดลวดลึก 2 ใน 3 ของไม้ แล้วหมุนโดยรอบประมาณ 5 วินาที
(3-5 รอบ)
3. ดึงลวดออกจากโพรงจมูก
4. ใส่ในหลอด Viral Transport Media
5. ตัดปลายลวด ผนึกหลอดให้แน่น
6. เขียนประวัติ รายละเอียดใบนำส่งตัวอย่างให้ละเอียด
การเก็บตัวอย่างที่ถูกต้อง จะมีสารคัดหลั่งติดที่ปลาย
Swab)
ตัวอย่างเลือด (ซีรั่มคู่)
เจาะเลือดตรวจ
2 ครั้ง เจาะเลือดในระยะเริ่มเป็นโรค (acute serum) และระยะห่าง
14 วัน หลังเจาะเลือดครั้งแรก (Convalescent serum)
ผลการตรวจซีรั่มจะใช้เพื่อการวินิจฉัยในรายที่มีปัญหาจากการผลตรวจวิเคราะห์สารคัดหลั่งระบบทางเดินหายใจ
และเป็นข้อมูลด้านการแพทย์และสาธารณสุข ดังนั้น ผลการตรวจซีรั่มจะไม่มีการรายงานด้วยระบบการรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ทั้งในระบบปกติและระบบเร่งด่วน
ยกเว้นในหลายที่คณะกรรมการวินิจฉัยโรคไข้หวัดนกใช้ผลการตรวจซีรั่มประกอบการวินิจฉัย
วิธีเจาะเลือด
เจาะจากเส้นเลือดดำประมาณ
3-5 มล. ปั่นแยกซีรัมใส่หลอดไร้เชื้อ ปิดจุกให้สนิท ปิดฉลาก
เก็บรักษาซีรั่มตามมาตรฐานห้องปฏิบัติการชันสูตร
รอจนได้ซีรั่มครั้งที่ 2 บรรจุรวมใส่ถุงพลาสติก รัดยาง แช่ในกระติกน้ำแข็ง
ส่งตัวอย่างพร้อมกัน
ให้นำส่งตัวอย่างโดยเร็วที่สุด
ที่ห้องปฏิบัติการ WHO National Influenza Center สถาบันวิจัย-วิทยาศาสตร์สาธารณสุข
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
หรือศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 13 แห่ง ในเขตพื้นที่หรือห้องปฏิบัติตรวจชันสูตรโรคไข้หวัดนกในคนเคลื่อนที่
(Mobile lab)
| ระบบการรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ |
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาระบบรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ทั้งในกรณีเร่งด่วนและในกรณีปกติ
ซึ่งจะรายงานผลการตรวจทันที
เมื่อทราบผลการตรวจวิเคราะห์ โดยจะรายงานผลกลับไปยัง
- แพทย์ผู้รักษาผู้ป่วยและโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยรักษาตัวอยู่
- สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
- หน่วยงานควบคุมโรคในระดับพื้นที่
เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด, สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต
โดยมีระบบการรายงาน ดังนี้
- รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ผ่านระบบโทรสาร ไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ผ่านสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยท่านสามารถเข้า
ตรวจสอบผลการตรวจวิเคราะห์ที่เว็ปไชต์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
(www.dmsc.moph.go.th, www.cclts.org)
หรือที่ศูนย์ประสานงานการตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคทางห้องปฏิบัติการ
ในระบบการตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกทางห้องปฏิบัติการ
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวง สาธารณสุข ท่านสามารถคลิ๊กที่หัวข้อ
ตรวจสอบผลการตรวจวิเคราะห์ ใน www.cctls.org
และพิมพ์เฉพาะชื่อและนามสกุลของผู้ป่วย โดยมิต้องใส่คำนำหน้าชื่อ
เช่น ด.ช. นาย นาง นางสาว
- รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ตามระบบปกติของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์โดยหน่วยงานที่ทำการตรวจวิเคราะห์ได้แก่
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง
13 แห่ง ไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ระบบ Call center ท่านสามารถประสานในกรณีเร่งด่วน โทร.
0 2951 0000-11 (เวลาราชการ) และ 081-9891978 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาและดำเนินการเว็ปไซต์
ระบบการตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกทางห้องปฏิบัติการ
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (www.cclts.org) ซึ่งสามารถตรวจสอบผลการตรวจวิเคราะห์ได้ตลอดเวลา
มีการเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายเว็ปไชต์ที่เกี่ยวข้องกับโรคไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
มีข้อมูลการตรวจวิเคราะห์ ทางห้องปฏิบัติการ การประสานงานการเก็บตัวอย่างสิ่งตรวจผู้ป่วย
องค์ความรู้เกี่ยวกับโรคไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่ มีระบบการสืบค้นข้อมูลและองค์ความรู้จากระบบฐานข้อมูลทั่วโลกและมีรายงานการเฝ้าระวังโรค
ไข้หวัดนกผ่าน ระบบ GIS (Geographic Information System)
กรณีมีข้อสงสัย
กรุณาติดต่อสอบถามที่ : ศูนย์ประสานงานการตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคทางห้องปฏิบัติการ
สวส.
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
Call Center : 0-2589-9850-8, 0-2951-0000-11 ต่อ 99614, 99248,
98029
นอกเวลาราชการ : 081-9891978 (ตลอด 24 ชั่วโมง )
www.dmsc.moph.go.th, www.cclts.org.