การเก็บและนำส่งตัวอย่างผู้ป่วยในข่ายการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก
ตามคำนิยามสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ


ชนิดตัวอย่าง
  1. ตัวอย่างสารคัดหลั่งระบบทางเดินหายใจ
  2. ตัวอย่างเลือด (ซีรั่มคู่ ให้เก็บครั้งที่ 1 และ 2 ห่างกันอย่างน้อย 14 วัน)
    “ผู้เก็บตัวอย่างต้องป้องกันตนเองจากการติดเชื้อตามหลักชีวนิรภัย”
  1. ตัวอย่างสารคัดหลั่งระบบทางเดินหายใจ

    1.1 Throat swab
    “เป็นวิธีการเก็บตัวอย่างที่มีโอกาสได้เชื้อไวรัสสูงกว่า Nasopharyngeal swab”


    1. จับไม้ swab ให้ถูกต้อง (ลักษณะจับปากกา)
    2. ไม้ swab ที่ใช้ Sterile dacron หรือ rayon swabs with plastic shafts ห้ามใช้ชนิด Calcium alginate, Cotton swabs หรือชนิดไม้ (Wooden sticks)
    3. กดลิ้นด้วยไม้กดลิ้น
    4. swab แรง ๆ ที่ Posterior pharynx (หมุนไม้ swab ประมาณ 3 วินาที)
    5. ใส่ไม้ swab ในหลอด Viral Transport Media
    6. ตัดปลายลวด ผนึกหลอดให้แน่น
    7. เขียนประวัติ รายละเอียดใบนำส่งตัวอย่างให้ละเอียด

    1.2 Nasopharyngeal aspirate (suction)
    “เป็นวิธีการเก็บตัวอย่างที่มีโอกาสได้เชื้อไวรัสสูงที่สุด”


    1. เก็บโดยใช้สายพลาสติกที่ต่อกับเครื่องดูดเสมหะ ในลักษณะการดูดเสมหะผู้ป่วย ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการของระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง
    หรือมีอาการรุนแรง
    2. สอดใส่สายพลาสติกเข้าในท่อ Endotracheal tube หรือช่องจมูก หรือช่องปากผู้ป่วย
    3. ดูดสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจประมาณ 2-3 มล. ใส่ในหลอดที่ปราศจากเชื้อ
    (กรณีดูดเสมหะได้น้อย ใช้ Viral Transport Media ล้างเซลล์ที่ค้างสายลงในหลอด)
    4. ส่งสารคัดหลั่ง หรืออาจตัดสายพลาสติกที่มีเสมหะติดอยู่ แช่เย็นและนำส่ง
    5. เขียนประวัติรายละเอียดในใบนำส่งตัวอย่างให้ละเอียด

    Nasopharyngeal swab
    “ใช้หลักการเดียวกับการใส่สาย NG tube”


    1. ให้ผู้ป่วยหายใจเข้าลึก ๆ และหายใจออกจนสุด หลังจากนั้นกลั้นหายใจพร้อมหลับตา
    2. สอดลวดลึก 2 ใน 3 ของไม้ แล้วหมุนโดยรอบประมาณ 5 วินาที (3-5 รอบ)
    3. ดึงลวดออกจากโพรงจมูก
    4. ใส่ในหลอด Viral Transport Media
    5. ตัดปลายลวด ผนึกหลอดให้แน่น
    6. เขียนประวัติ รายละเอียดใบนำส่งตัวอย่างให้ละเอียด
    “การเก็บตัวอย่างที่ถูกต้อง จะมีสารคัดหลั่งติดที่ปลาย Swab)

  2. ตัวอย่างเลือด (ซีรั่มคู่)

            เจาะเลือดตรวจ 2 ครั้ง เจาะเลือดในระยะเริ่มเป็นโรค (acute serum) และระยะห่าง 14 วัน หลังเจาะเลือดครั้งแรก (Convalescent serum)

            ผลการตรวจซีรั่มจะใช้เพื่อการวินิจฉัยในรายที่มีปัญหาจากการผลตรวจวิเคราะห์สารคัดหลั่งระบบทางเดินหายใจ และเป็นข้อมูลด้านการแพทย์และสาธารณสุข ดังนั้น ผลการตรวจซีรั่มจะไม่มีการรายงานด้วยระบบการรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ทั้งในระบบปกติและระบบเร่งด่วน
    ยกเว้นในหลายที่คณะกรรมการวินิจฉัยโรคไข้หวัดนกใช้ผลการตรวจซีรั่มประกอบการวินิจฉัย


    วิธีเจาะเลือด

          
    เจาะจากเส้นเลือดดำประมาณ 3-5 มล. ปั่นแยกซีรัมใส่หลอดไร้เชื้อ ปิดจุกให้สนิท ปิดฉลาก เก็บรักษาซีรั่มตามมาตรฐานห้องปฏิบัติการชันสูตร
    รอจนได้ซีรั่มครั้งที่ 2 บรรจุรวมใส่ถุงพลาสติก รัดยาง แช่ในกระติกน้ำแข็ง ส่งตัวอย่างพร้อมกัน
การนำส่งตัวอย่าง


      ให้นำส่งตัวอย่างโดยเร็วที่สุด ที่ห้องปฏิบัติการ WHO National Influenza Center สถาบันวิจัย-วิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
หรือศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 13 แห่ง ในเขตพื้นที่หรือห้องปฏิบัติตรวจชันสูตรโรคไข้หวัดนกในคนเคลื่อนที่ (Mobile lab)

ระบบการรายงานผลการตรวจวิเคราะห์

      กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาระบบรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ทั้งในกรณีเร่งด่วนและในกรณีปกติ ซึ่งจะรายงานผลการตรวจทันที
เมื่อทราบผลการตรวจวิเคราะห์ โดยจะรายงานผลกลับไปยัง

       - แพทย์ผู้รักษาผู้ป่วยและโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยรักษาตัวอยู่
       - สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
       - หน่วยงานควบคุมโรคในระดับพื้นที่ เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด, สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต

โดยมีระบบการรายงาน ดังนี้

  1. รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ผ่านระบบโทรสาร ไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  2. รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ผ่านสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยท่านสามารถเข้า
    ตรวจสอบผลการตรวจวิเคราะห์ที่เว็ปไชต์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (www.dmsc.moph.go.th, www.cclts.org)
    หรือที่ศูนย์ประสานงานการตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคทางห้องปฏิบัติการ ในระบบการตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกทางห้องปฏิบัติการ
    กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวง สาธารณสุข ท่านสามารถคลิ๊กที่หัวข้อ “ตรวจสอบผลการตรวจวิเคราะห์” ใน www.cctls.org
    และพิมพ์เฉพาะชื่อและนามสกุลของผู้ป่วย โดยมิต้องใส่คำนำหน้าชื่อ เช่น ด.ช. นาย นาง นางสาว
  3. รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ตามระบบปกติของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์โดยหน่วยงานที่ทำการตรวจวิเคราะห์ได้แก่
    สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 13 แห่ง ไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  4. ระบบ Call center ท่านสามารถประสานในกรณีเร่งด่วน โทร. 0 2951 0000-11 (เวลาราชการ) และ 081-9891978 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

            กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาและดำเนินการเว็ปไซต์ “ระบบการตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกทางห้องปฏิบัติการ
    กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์” (www.cclts.org) ซึ่งสามารถตรวจสอบผลการตรวจวิเคราะห์ได้ตลอดเวลา มีการเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายเว็ปไชต์ที่เกี่ยวข้องกับโรคไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ มีข้อมูลการตรวจวิเคราะห์ ทางห้องปฏิบัติการ การประสานงานการเก็บตัวอย่างสิ่งตรวจผู้ป่วย องค์ความรู้เกี่ยวกับโรคไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่ มีระบบการสืบค้นข้อมูลและองค์ความรู้จากระบบฐานข้อมูลทั่วโลกและมีรายงานการเฝ้าระวังโรค ไข้หวัดนกผ่าน ระบบ GIS (Geographic Information System)


        กรณีมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อสอบถามที่ : ศูนย์ประสานงานการตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคทางห้องปฏิบัติการ สวส.
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
Call Center : 0-2589-9850-8, 0-2951-0000-11 ต่อ 99614, 99248, 98029
นอกเวลาราชการ : 081-9891978 (ตลอด 24 ชั่วโมง )
www.dmsc.moph.go.th, www.cclts.org.