นายแพทย์รุ่งเรือง
กิจผาติ
17 ธันวาคม 2549
ชุดตรวจคัดกรอง
(Rapid test หรือ screening test) ที่ใช้ตรวจวิเคราะห์เบื้องต้นสำหรับโรคไข้หวัดใหญ่
ใช้หลักการตรวจหาแอนติเจนของ Influenza A และ B จากสารคัดหลั่งระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยต้องสงสัย
โดยใช้หลักการของ immuno-chromatography หรือ Enzyme Immuno
Assay (EIA) การทดสอบดังกล่าวได้ผลรวดเร็วภายใน 15-30 นาที
หากมีผลบวก น่าเชื่อว่าป่วยจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่
จากข้อมูลพบว่า ชุดตรวจคัดกรองสำหรับโรคไข้หวัดใหญ่มีค่าความไว
(sensitivity) ประมาณ ร้อยละ 75 ความจำเพาะ (specifity) ประมาณร้อยละ
90 การนำชุดตรวจคัดกรองมาใช้ในการดำเนินงานเรื่องโรคไข้หวัดนก
มีวัตถุประสงค์ที่แท้จริงเพื่อช่วยวินิจฉัยเบื้องต้นเท่านั้น
(แต่มิใช่การวินิจฉัยว่าผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกหรือไม่)
และเพื่อประกอบการตัดสินใจในการให้ยาต้านไวรัสแก่ผู้ป่วย อย่างไรก็ตามมักมีความเข้าใจผิดในการปฏิบัติงานว่า
หากผลชุดตรวจคัดกรองให้ผลลบ ผู้ป่วยรายดังกล่าวไม่ใช่ผู้ป่วยโรคไข้หวัดนก
แพทย์หรือเจ้าหน้าที่มักไม่ส่งตัวอย่างสิ่งส่งตรวจมาตรวจที่ห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
และไม่รายงานโรคตามระบบการเฝ้าระวัง ประสบการณ์ที่ได้รับจากการดำเนินงานพบว่า
ชุดตรวจคัดกรองมีค่าความไว (sensitivity)
ต่ำมากสำหรับโรคไข้หวัดนก แม้ผลการตรวจด้วยชุดคัดกรองให้ผลลบ
ยังคงต้องมีการรายงานตามระบบเฝ้าระวังโรค รวมถึงหากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง
แพทย์ผู้รักษาควรพิจารณาการให้ยาต้านไวรัสตามความเหมาะสม
จากการรวบรวมข้อมูลผลปฏิบัติงานของระบบประสานงานการตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกทางห้องปฏิบัติการแห่งชาติ
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปรากฏดังตารางแสดง
ตารางแสดง
จำนวนตัวอย่างจากผู้ป่วยต้องสงสัยในระบบเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก
จำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดนก จำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกที่ได้รับการตรวจด้วยชุดตรวจคัดกรอง
และค่าความไวของชุดตรวจคัดกรอง เปรียบเทียบในระยะก่อนและหลัง
การฝึกอบรมแก่บุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข ในเรื่อง การเก็บและส่งตัวอย่างให้ได้คุณภาพ
ระยะดำเนินการ |
จำนวนตัวอย่างที่ได้จากผู้ป่วยต้องสงสัย
(ราย) |
จำนวนตัวอย่างที่ส่งตรวจต่อผู้ป่วย
1 ราย
(range) |
จำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดนก
(ราย) |
จำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกที่ได้รับการตรวจด้วยชุดตรวจคัดกรอง
(ราย) |
จำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดนก ซึ่งผลการตรวจด้วยชุดตรวจคัดกรองให้ผลบวก
(ราย) |
ค่าความไว
(sensitivity)
ร้อยละ |
| ระยะก่อนให้การฝึกอบรม (1 ธันวาคม 2546 ถึง 31 มีนาคม
2547) |
610 |
1-3 |
12 |
7 |
2 |
28.6 |
| ระยะหลังให้การฝึกอบรม |
4,417 |
1-6 |
13 |
10 |
3 |
30.0 |
ผลการดำเนินงานพบว่า ตัวอย่างผู้ป่วยที่ได้รับมีคุณภาพดีขึ้น
(p = 0.02)
*หมายเหตุ
1. ชุดตรวจคัดกรองที่มีใช้อยู่ในประเทศไทย เช่น SD Bioline
Influenza Antigen A/B, MT Promedt Consulting GmbH and Quickvue
Influenza A+B test, Quidel
2. ระยะเวลาการฝึกอบรมแก่บุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขในเรื่อง
การเก็บและส่งตัวอย่างให้ได้คุณภาพ ดำเนินการตั้งแต่วันที่
1 เมษายน ถึง 31 สิงหาคม 2547
3. มีผู้ป่วยไข้หวัดนก 1 ราย ได้รับยาต้านไวรัส (Tamiflu)
เป็นระยะเวลามากกว่า 48 ชั่วโมงก่อนการเก็บตัวอย่าง และผลการตรวจด้วยชุดตรวจคัดกรองเป็นลบ