รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
สั่งตั้งศูนย์วอร์รูม รับมือไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ พร้อมปฏิบัติการตลอด
24 ชั่วโมง หากมีการระบาด โดยตั้งศูนย์ฯประสานงานที่กรมควบคุมโรค
และเตรียมซักซ้อมแผนระดับกระทรวงสาธารณสุข เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ทุกรดับ
หากมีการระบาดใหญ่ ในช่วงมกราคม - กุมภาพันธ์นี้
นายแพทย์มงคล
ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากปัญหาการระบาดของโรคไข้หวัดนกที่เกิดขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลกขณะนี้
จึงมีความเสี่ยงสูงที่เชื้อไวรัสอาจมีการกลายพันธุ์ และระบาดรุนแรง
จากการติดตามสถานการณ์ทั่วโลก ตั้งแต่ต้นปี 2549 ธันวาคม
2549 พบรายงานสัตว์ปีกติดเชื้อไข้หวัดนก ใน 57 ประเทศ ทั้งในทวีปเอเชีย
ยุโรป และแอฟริกา และมีรายงานผู้ป่วยยืนยันไข้หวัดนกในคนจาก
9 ประเทศ รวม 111 ราย เสียชีวิต 76 ราย ล่าสุดมีการระบาดของสัตว์ปีกในเกาหลีใต้
เวียดนาม และมีผู้ป่วยรายใหม่ในอียิปต์ อินโดนีเซียและจีน
จึงเป็นที่คาดการณ์ว่าการระบาดของไข้หวัดนกจะยังขยายตัว และเป็นภัยคุกคามจนอาจเกิดการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่
ในอนาคตได้
นายแพทย์ มงคล กล่าวต่อไปว่า แม้ไทยจะไม่พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกมากว่า
4 เดือนก็ตาม แต่เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมการรับมือหากมีการระบาด
จึงได้สั่งการให้ตั้งวอร์รูม (War room) หรือศูนย์รับมือโรคไข้หวัดนก
ไข้หวัดใหญ่รวมทั้งโรคติดต่ออุบัติใหม่ ปฏิบัติการตลอด 24
ชั่วโมง โดยมอบให้นายแพทย์สมยศ เจริญศักดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
เป็นผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อวางแผนประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ซึ่งจะมีแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ให้คำปรึกษา
สามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 02-590-3333 และให้ทุกจังหวัดรายงานผู้ต้องสงสัย/ผู้ป่วยให้กระทรวงฯทราบทุกวัน
แม้ไม่มีผู้ป่วยที่มีอาการผู้สงสัยหรืออยู่ในข่ายก็ตาม
ทางด้านนายแพทย์ปราชญ์
บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข
อยู่ระหว่างการเตรียมการซ้อมแผนสำหรับการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่
คาดจะมีการซ้อมในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยขณะนี้ประเทศไทยได้ประชุมเตรียมแผนรับมือการระบาดของโรคไข้หวัดนก
ไข้หวัดใหญ่บนโต้ะครอบคลุมทุกด้าน ร่วมกับองค์การอนามัยโลกประจำภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปแล้วเมื่อปลายปี
2549 และต่อไปจะซักซ้อมจริงตามแผนที่กำหนด โดยประเทศไทยเป็นต้นแบบการซ้อมแผนระดับจังหวัด
และขยายระดับการซ้อมในวงกว้างขึ้น ส่วนองค์การอนามัยโลก จะร่วมมือกับกลุ่มประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง
ในการจัดซ้อมแผนในระดับภูมิภาคต่อไป นายแพทย์ปราชญ์ กล่าวต่อไปอีกว่า
สำหรับการเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อไข้หวัดนก ได้มอบให้ทุกจังหวัดเร่งรัดมาตรการเฝ้าระวังโรคที่มีอาการคล้ายโรคไข้หวัดนก
3 โรค ได้แก่ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวมหรือปอดอักเสบ และไข้เลือดออกอย่างเคร่งครัด
เพื่อให้สามารถตรวจจับโรคไข้หวัดนก รักษาได้แต่เนิ่นๆ และควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว
จะลดอัตราการเสียชีวิตลงได้ มาตรการสำคัญคือ ให้อสม.ติดตามสัตว์ปีกป่วยตายในหมู่บ้าน
และเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีอย่างใกล้ชิด
หากพบใครมีไข้ ไอ มีน้ำมูกและมีประวัติสัมผัสกับสัตว์ปีกทุกชนิด
หรือเล่นบริเวณที่มีสัตว์ปีกป่วยและตาย ให้รีบพาไปพบแพทย์และรายงานให้เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยทราบทันที
เพื่อฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด จากการเฝ้าระวังผู้ป่วย ตั้งแต่วันที่
1-14 มกราคม 2550 จำนวน 22 ราย ยังไม่พบผู้ป่วยไข้หวัดนกในคนเพิ่มแต่อย่างใด