เดินทางไปสู่ความสุขที่แท้จริง


“กิ่งไผ่”

        ชีวิตมนุษย์ทุกคนที่เกิดมา ปรารถนาความสุขกันทุกคน เราเคยถามตัวเองบ้างไหม เป้าหมายชีวิตเราต้องการอะไร ผมเชื่อแน่ว่า ถ้าชีวิตมีแต่ความสุข และเป็นความสุขที่แท้จริง มิใช่ความสนุกหรือความสุขชั่วคราว ทุกคนคงต้องการมีชีวิตที่มีความสุขที่แท้จริงแน่ๆ

        สำหรับผม ณ วันนี้ เป้าหมายชีวิต คือการที่ผมจะ “เดินทางไปสู่ความสุขที่แท้จริง” และพาคนที่ผมรักทุกคน เดินทางไปสู่ความสุขที่แท้จริงด้วยกัน

         ความสุขที่แท้จริงคืออะไร เกิดได้อย่างไร ?

        คิดดี พูดดี ทำดี นำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง

        ความสุขที่แท้จริงจะเกิดได้ เริ่มจากการที่เราคิดด เมื่อเรามีสติ มีสมาธิ เมื่อจิตเราสงบ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ เมื่อเราคิดดี การคิดดีทำให้มีความสุข การคิดดี เริ่มจากจิตที่คิดถึงการให้ จิตที่ไม่ติดยึดในความโลภ ความโกรธ และความหลง จิตที่สงบ มีสติ มีสมาธิ การฝึกสติและสมาธิมีหลายวิธี วิธีที่ผมพบความสุข คือ การฝึกหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ ทำต่อเนื่องกัน ให้รู้ตัวตน รู้ลมหายใจ นอกจากนี้การสวดคาถาชินบัญชร วันละหลายๆจบ หรือเมื่อมีเวลาว่าง ก็ทำให้ผมมีความสุข สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้จิตอยู่ในบุญกุศล หรือมีความคิดแต่การสร้างบุญกุศล การทำความดี การคิดถึงการให้ ก่อให้ผมมีความสุขมากมาย

         ความสุขที่แท้จริงจะเกิดได้ เมื่อเราพูดดี ต้องระลึกเสมอว่า “การพูดมากก็เสียมาก พูดน้อยเสียน้อย ไม่พูดไม่เสีย นิ่งเสียโพธิสัตว์” ถ้าต้องพูด เราต้องพูดด้วยคำพูดที่เป็นปิยวาจา

        • ปิยวาจาประกอบด้วยคำพูดที่จริง สุภาพ เป็นประโยชน์ ถูกกาลเทศะ และพูดด้วยจิตเมตตา การมีสติถามตัวเอง เรื่องที่จะพูด เรื่องจริงหรือไม่ ถ้าจะพูดคำพูดนั้นต้องสุภาพ ถามตัวเองอีกครั้งว่าเวลานี้ เวลาและสถานที่นี้ควรพูดหรือไม่ ถ้าพูดเกิดประโยชน์หรือไม่ เวลานี้มีจิตใจเราเมตตาที่จะพูดหรือไม่ เราพูดด้วยความโกรธ ความโลภ ความหลงหรือไม่ ถ้าตอบว่าไม่ผิดหลักการดังกล่าวทั้งหมด เราจึงจึงพูด ถือเป็นการฝึกสติ และทบทวนตัวเองอีกครั้ง คำพูดที่เป็นปิยวาจา ต้องเป็นคำพูดที่จริง ไม่เป็นการพูดนินทา ไม่เป็นการพูดส่อเสียด เป็นคำพูดที่สุภาพ มีสาระไม่เพ้อเจ้อ

        ความสุขที่แท้จริงจะเกิดได้ เมื่อเราทำดหรือทำความดี การทำความดี หลักสำคัญคือการให้ หรือการให้ทานนั้นเอง

        การให้ทานทำได้หลายวิธี

         • การให้อภัย ผมมีประสบการณ์โดยตรง เมื่อผมคิดให้อภัยกับใคร และผมให้อภัยกับเขาได้ สามารถพิจารณาถึงเมตตา คือสงสารเขาที่เขาทำไม่ดี และเขาจะต้องได้รับผลกรรม ผมขอให้อภัยเขา จิตใจผมได้สัมผัสความสุขมากมาย การให้อภัยจะเกิดผลดีต่อเราเป็นคนแรก ใครที่ทำไม่ดีกับเรา ทำร้ายเรา ทำให้เราเจ็บช้ำน้ำใจ ถ้าเราเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม แท้จริงแล้ว เราเคยทำแบบเดียวกันนี้กับเขาในชาติก่อนๆ หรืออาจเป็นชาติปัจจุบันก็ได้ ให้ปลงและดีใจว่าเป็นการใช้กรรม อย่าไปผูกใจเจ็บให้เป็นวิบากกรรมกันต่อไปอีกเลย ให้ถือความทุกข์และวิกฤตให้เป็นโอกาสสำหรับตัวเรา ในการฝึกปฏิบัติใจให้รู้จักการให้อภัย ถ้าทำได้ คนแรกที่มีความสุขคือตัวเรา

         • การให้ทานด้วยทรัพย์สินเงินทอง มักมีความเข้าใจผิดมากมายว่า การให้คือการให้ด้วยทรัพย์สิน หรือรูปทรัพย์เพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่จริงเลย ดังนั้น ผู้ที่มีฐานะไม่ดี ก็สามารถให้ทานด้วยวิธีอื่นๆได้มากมาย

         • การให้ทานด้วยสายตาที่เมตตาปราณี

         • การให้ทานด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

         • การให้ทานด้วยปิยวาจา

         • การให้ทานด้วยแรงงานช่วยเหลือผู้อื่น

         • การให้ทานด้วยการยินดีเมื่อผู้อื่นกระทำความดี

         • การให้ที่นั่ง

         • การให้ที่พัก

         • การให้ธรรมะ


        บุญกุศลเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความสุข การปฏิบัติเพื่อสั่งสมบุญกุศล เป็นเรื่องสำคัญในชีวิต เป็นหนึ่งในมงคลชีวิต คำว่า “บุญ” หมายถึง ความดี ฉะนั้นการทำความดี ก็คือการทำบุญ ในทางพระพุทธศาสนา การทำบุญนั้นสามารถทำได้ 10 ทาง เรียกว่า “บุญกิริยาวัตถุ 10” ได้แก่

         • บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน

         • บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล

         • บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา เช่น การฝึกสมาธิ การสวดมนต์

         • บุญสำเร็จด้วยการประพฤติถ่อมตน แก่ผู้ใหญ่ คือ ไม่ทำตัวเป็นคนพาล การทำตัวหยิ่งยโส แต่เป็นคนสุภาพอ่อนโยน

         • บุญสำเร็จด้วยการขวนขวายในกิจกรรมที่ชอบ เช่น รับใช้บิดา มารดา ผู้มีพระคุณ ครูอาจารย์รวมตลอดถึงคนที่เราไม่รู้จักแต่ต้องการความช่วยเหลือจากเราในบางโอกาส โดยที่กิจการต่างๆที่เราช่วยนี้ด้วยชอบด้วยกฎหมาย ชอบด้วยประเพณี และชอบด้วยธรรม

         • บุญสำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ เวลาเราทำดี ทำบุญ ก็ขอให้ความดีหรือบุญนี้ไปถึงคนอื่นๆ เฉลี่ยส่วนความดีให้กับผู้อื่น

         • บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ ยินดีในความดีของผู้อื่น

         • บุญสำเร็จด้วยการศึกษาธรรม คือ รับฟังความรู้ที่เป็นประโยชน์ เพื่อชำระจิตใจให้บริสุทธิ์และตั้งอยู่ในความเห็นที่ดีงาม

         • บุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรมหรือการให้ธรรมแก่คนอื่น คือ การถ่ายทอดความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น

         • บุญสำเร็จด้วยการทำความเห็นให้ตรง คือ การใช้ปัญญาไตร่ตรองอยู่เสมอว่าอะไรผิด อะไรถูก
นอกจากนี้ การทำดีคือการทำหน้าที่ในปัจจุบันให้ดีที่สุด อดีตผ่านไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ ไม่ต้องไปคิดถึง อนาคตยังมาไม่ถึง การวิตกกังวลถึงอนาคตจึงไม่มีประโยชน์อะไรเลย เรื่องของคนอื่นไม่สำคัญ สำคัญเราทำดีหรือยัง ความชั่วของคนอื่นอย่าไปแบก เราทำดีให้ดีพอแล้ว ใครทำไม่ดีกับเราเป็นเรื่องของเขา เรารู้จักให้อภัยเขา เรื่องที่เขาทำไม่ดี เราอย่าทำก็แล้วกัน เราทำดี ทำให้ถูก รักษาใจเราให้เป็นปกติ ให้มีความสุข เราต้องฝึก ให้ใจเราไม่ยินดีมากนัก คือไม่โลภ ไม่ยินร้ายมากนัก คือไม่โกรธ และรู้เท่าทันอารมณ์ คือไม่หลง สิ่งสำคัญ คือต้องมีความเมตตากรุณาทั้งกับตนเองและผู้อื่น