มุมสุขภาพ


โรคริดสีดวงทวาร (hemorrhoids)

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ      

     ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หมอพบผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารที่มารับบริการ ที่คลินิกกรมวิทย์หลายรายมาก จึงคิดว่าน่าจะเขียนโรคนี้เพื่อเป็นความรู้ด้านสุขภาพ ในการป้องกันและดูแลสุขภาพ โรคริดสีดวงทวาร (hemorrhoids) คือ การโป่งพองของหลอดเลือดดำบริเวณส่วนล่างสุดของ ไส้ตรง (rectum) และช่องทวารหนัก (anus) เมื่อหลอดเลือดดำนี้บวมหรือโป่งพองและมีกากอาหารหรืออุจจาระผ่าน ก็จะทำให้เกิดการระคายเคือง อาจมีเลือดออก คันบริเวณทวารหนัก หรือปวดขณะขับถ่าย

โรคริดสีดวงทวารแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  1. ริดสีดวงภายใน (internal hemorrhoids) จะอยู่ภายในไส้ตรง ซึ่งจะไม่สามารถมองเห็นหรือรู้สึกได้ และมักจะไม่รู้สึกเจ็บปวด เนื่องจากมีเส้นประสาทมาเลี้ยงน้อย บางครั้งริดสีดวงภายในอาจยื่นออกมาด้านนอก ซึ่งจะทำให้มองเห็นได้ และจะมีอาการเจ็บปวด
  2. ริดสีดวงภายนอก (external hemorrhoids) จะอยู่บริเวณทวารหนัก มักจะมีอาการเจ็บปวด สามารถมองเห็นและรู้สึกได้ โดยที่โรคนี้มักเกิดระหว่าง อายุ 20 - 50 ปี สาเหตุจากการที่มีแรงดันในช่องท้องสูง ดังนั้น ผู้ที่มีปัจจัยที่ทำให้เกิดแรงดันในช่องท้องสูงจึงเสี่ยงต่อการเกิดริดสีดวงทวาร ซึ่งได้แก่ คนอ้วน, หญิงมีครรภ์, ผู้ที่นั่งหรือยืนนานๆ ผู้ที่เป็นโรคตับ, ท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง, ไอ, จามหรืออาเจียน รวมถึงคนที่มีความเครียดสูงมักมีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคนี้ครับ

ผู้ป่วยจะมีอาการ

      เลือดออกหรือเจ็บปวดระหว่างอุจจาระ ถือว่าเป็นอาการแสดงที่สำคัญอย่างหนึ่งของริดสีดวงทวาร นอกจากนี้ยังมีอาการคันบริเวณทวารหนัก มีมูกหรือสิ่งคัดหลั่งบริเวณทวารหนัก ริดสีดวงทวารภายนอกอาจสามารถตรวจพบได้ง่ายเนื่องจากเกิดบริเวณภายนอก แต่ริดสีดวงทวารภายใน การตรวจต้องใช้วิธีสอดนิ้วเข้าไปในทวารหนักเพื่อตรวจหา ผู้ป่วยที่สงสัยจะเป็นโรคดังกล่าวควรพบแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยและรักษาครับ สำหรับการรักษา หมอเน้นเสมอว่าหัวใจการรักษาไม่ได้อยู่ที่หมอหรือยานะครับ สิ่งสำคัญในการรักษาทุกโรคคือ ผู้ป่วยต้องมีความรู้ในโรคที่ผู้ป่วยเป็น ปฏิบัติตนให้ถูกต้อง โดยมีแพทย์เป็นที่ปรึกษาด้านการรักษาและการใช้ยานะครับ หมออยากเน้นหลักการรักษาทุกโรคตรงนี้ เพราะเป็นหัวใจในการรักษาทุกโรค และเชื่อแน่ว่าปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยแก้ไขได้แน่ ขอโทษนะครับ บรรยายปรัชญาเวชศาสตร์ป้องกันซะยาว การรักษาริดสีดวงทวารมีด้วยกันหลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค หากได้รับการตรวจและวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ อาจรักษาด้วยการรับประทานอาหารที่มีกากเส้นใย รับประทานยาแก้ปวด ซึ่งหากอาการไม่ดีขึ้นแพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาต่อไปนี้

  • การฉีดสารซึ่งจะทำให้มีการอุดตันของริดสีดวง มักใช้กับริดสีดวงทวารภายใน ซึ่งจะมีอาการเจ็บปวดไม่มาก การรักษาชนิดนี้มักได้ผลดี แต่อาจต้องฉีดทุก 2 - 3 ปี
  • การใช้ยางรัดที่ริดสีดวงทวาร เป็นยางขนาดเล็ก ทำให้ไม่มีเลือดไปเลี้ยงที่รอดสีดวงทวาร ซึ่งจะหลุดออกภายในสัปดาห์
  • การใช้ไฟฟ้าหรือเลเซอร์ จี้ที่ริดสัดวงทวาร
  • การผ่าตัด จะทำได้ทั้งริดสีดวงทวารภายในและภายนอก ซึ่งมีขนาดใหญ่

คุณหมอครับผมไม่อยากเป็นโรคนี้จะป้องกันอย่างไรครับ ?

ริดสีดวงทวารส่วนใหญ่มีสาเหตุจากการปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง ดังนั้นโรคนี้จึงสามารถป้องกันได้ ซึ่งได้แก่

  • รับประทานอาหารที่มีกากเส้นใยอาหารมาก เช่น ผักต่างๆ ผลไม้
  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
  • หากเริ่มมีอาการของโรคนี้แล้วควรหลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด
  • หลีกเลี่ยงการนั่งอยู่กับที่นานๆ หากมีความจำเป็นต้องนั่งนานๆ ควรลุกเดินประมาณ 5 นาที ทุกๆ 1 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงอาการท้องผูก
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการนั่งขับถ่ายเป็นเวลานานๆ เช่น ไม่ควรอ่านหนังสือขณะขับถ่าย เป็นต้น ที่สำคัญอีกประการ คือฝึกจิตให้ดี อย่าให้เครียดนะครับ