มุมสุขภาพ


โรคความดันโลหิตสูง

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ    

        ก่อนอื่นหมอคงต้องแนะนำตัวเองก่อนนะครับหมอชื่อ หมอรุ่งเรือง หมอเริ่มมารับราชการที่ สวส. เมื่อเดือนธันวาคม 2540 หลังจากนั้นไปเรียนต่อด้านเวชศาสตร์ป้องกันแขนงระบาดวิทยา กลับมาเริ่มทำงานอยู่ฝ่ายไวรัสระบบทางเดินอาหาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข. และทำหน้าที่ด้านระบาดวิทยาอีกตำแหน่ง

        หมอเริ่มลงตรวจคนไข้ที่ สถานพยาบาลกรมวิทย์ ปลายเดือนพฤษภาคม 2544 (เคยมีเจ้าหน้าที่ในกรมวิทย์ถามหมอว่า หมอครับ “เรามีสถานพยาบาลกรมวิทย์ด้วยหรือ”) นอกจากหมอที่ลงตรวจคนไข้ที่สถานพยาบาลทุกวันพุธแล้ว ยังมี”หมอตู่”ที่ลงตรวจทุกวันจันทร์ อีกทั้งยังมีเภสัชกรที่มาช่วยให้ความรู้และจัดยาให้แก่คนไข้ด้วย จดหมายนี้เป็นฉบับแรกที่หมอเขียน และตั้งใจจะเขียนทุก 15 วัน โดยหวังว่าจดหมายนี้จะช่วยให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้ที่ได้อ่านจดหมายนี้ ซึ่งเป็นวิธีการส่งเสริมสุขภาพในหลักการที่ว่า “สร้างนำซ่อม”

        ฉบับนี้หมอขอเล่าเรื่อง ”โรคความดันโลหิตสูง” เป็นเรื่องแรกนะครับ ที่เล่าเรื่องนี้เพราะว่า เป็นโรคที่พบได้บ่อยและเป็นปัญหาต่อสุขภาพของประชาชน อีกทั้งเมื่อเดือนที่แล้ว หมอพบคนไข้ที่เป็นข้าราชการในกรมวิทย์ มาปรึกษาหมอว่าคนอื่นทักว่าแกดูบวมๆ หมอตรวจแล้วพบว่าแกเป็นความดันโลหิตสูงจริงๆ และอาการบวมเกิดจากโรคไตวายเรื้อรัง ไม่น่าเชื่อนะครับ อายุพอๆกับหมอเอง หมอเลยทำหนังสือส่งต่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญรักษาต่อ ความดันโลหิต หมายถึง แรงดันของกระแสเลือดที่กระทบต่อผนังหลอดเลือด ซึ่งเกิดจากการสูบฉีดของหัวใจ โดยที่สาเหตุส่วนใหญ่ของ”โรคความดันโลหิตสูง” นี้คือไม่ทราบสาเหตุ พบได้ประมาณ 5-10 % ของคนทั่วไป แต่จากการศึกษาทางระบาดวิทยาพบว่า กรรมพันธุ์ ความอ้วน อารมณ์เครียด การกินอาหารเค็มจัด และการสูบบุหรี่จัด ก็อาจเป็นปัจจัยเสริมของโรคนี้ ผู้ป่วยมักเริ่มเป็นเมื่ออายุประมาณ 30-35 ปี ส่วนน้อยเกิดจากโรคอื่นๆ เช่น โรคไต โรคคอพอกเป็นพิษ โรคเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต สภาวะตั้งครรภ์ และจากการทานยาบางชนิด เชื่อไหมครับคนไข้ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ จะตรวจพบโดยบังเอิญเวลาไปหาหมอด้วยโรคอื่น ถึงตรงนี้ก็ขอเชิญชวนผู้อ่านมาตรวจสุขภาพดูบ้างก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากนะครับ (สถานพยาบาลกรมวิทย์ยินดีต้อนรับครับ) โดยเฉพาะถ้ามีอาการปวดมึนท้ายทอย ตึงต้นคอ วิงเวียน หรืออาการปวดตุบๆแบบไมเกรน ควรหาหมอไว้จะปลอดภัยกว่านะครับ สำหรับในคนไข้ในรายที่เป็นมานานๆหรือมีความดันโลหิตสูงมากๆ อาจมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น นอนไม่หลับ มือเท้าชา ตามัว หรือมีเลือดกำเดาออกได้ สิ่งที่อันตรายถ้าหากไม่รักษา มักเกิดความผิดปกติของอวัยวะสำคัญ เช่น โรคอัมพาต โรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตัน โรคหัวใจโต โรคไตวาย โรคตา เป็นต้น การรักษาควรพบแพทย์และติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา คือ งดอาหารเค็ม ลดน้ำหนักถ้าอ้วน (ห้ามกินยาลดความอ้วนนะครับ เดี่ยวได้โรคจิตเพิ่มอีกโรคครับ) งดเหล้าและบุหรี่ ออกกำลังกายเป็นประจำ และทำจิตใจให้สงบ หลีกเลี่ยงจากสิ่งที่ทำให้หงุดหงิด โมโห เครียด คิดดีมีสุขนะครับ สวัสดีปีใหม่ พ.ศ.2545 ครับ

17 ธ.ค. 44