มุมสุขภาพ


โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสร์ป้องกัน
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
19 สิงหาคม 2547 04.10 น.


        แรงบันดาลใจที่เขียนบทความฉบับนี้ขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนไข้ เนื่องจากมีคนไข้โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ มาพบหมอมากขึ้นเรื่อยๆ และต้องพูดโดยความเป็นจริงว่า หมอไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอายุรกรรมด้านกระดูกและข้อ (Rheumatologist) แต่ต้องยอมรับว่า ในความเป็นจริงจะมีคนไข้จำนวนมากที่ไม่มีโอกาสได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในความคิดและหลักปฏิบัติงานของหมอที่กระทำเสมอมา คือ "คนไข้ต้องมีความรู้ในโรคที่ตนเองเป็น ปฏิบัติตนได้ถูกต้อง และมีแพทย์เป็นผู้รักษาและที่ปรึกษาในการรักษา" หมอเชื่อว่า แม้หมอส่วนใหญ่ของประเทศไทยที่ไม่ใช่ "แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอายุรกรรมด้านกระดูกและข้อ" แต่สามารถดูแลรักษาคนไข้โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้ โดยมีข้อแม้ในการรักษาคือ ปฏิบัติตามหลักวิชาการแพทย์และจรรยาบรรณแพทย์อย่างเคร่งครัด ถ้าหากสิ่งใดเกินความสามารถของตนเอง ต้องส่งต่อคนไข้ให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญรักษา โดยคำนึงอยู่ในใจเสมอว่า ถ้าคนไข้ เป็นคุณพ่อ คุณแม่ หรือคนที่เรารัก เราจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไร ทั้งนี้ หมอต้องดูแลคนไข้ยากจนจำนวนมาก และไม่มีสิทธิในการเบิกใดๆทั้งสิ้น ไม่มีโอกาสทางสังคมที่ดีพอ แต่เราในฐานะที่มีโอกาสดีกว่าเขา ที่ได้มีโอกาสเรียนหมอ เราต้องช่วยเหลือคนไข้ทุกคนอย่างดีที่สุด ตามที่อาจารย์แพทย์ได้เคยอบรมสั่งสอนมาให้หมอต้องยึดถือปฏิบัติ

        โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในคนทุกเชื้อชาติทั่วโลก เป็นโรคที่เกิดจากการมีภูมิคุ้มกันผิดปกติ ทำให้เกิดการอักเสบของข้อต่างๆในร่างกายหลายๆข้อเป็นๆหายๆ เป็นระยะเวลานาน ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มแรก การอักเสบเรื้อรังนี้จะทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างของข้อและเนื้อเยื่อรอบๆ เช่น เส้นเอ็น ทำให้ผิดรูปร่าง นำไปสู่ความพิการได้ในที่สุด นอกจากนี้ยังอาจเกิดการอักเสบของอวัยวะอื่นๆ เช่น ปอด หัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ เยื่อหุ้มปอด หลอดเลือด ผิวหนัง เยื่อบุลูกตา ได้ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ จะพบบ่อยในช่วงอายุ 20-55 ปี คนไข้โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์จะเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า จำนวนคนไข้โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ในประเทศไทยยังไม่มีการสำรวจเป็นที่แน่ชัด แต่คาดว่าจะมีคนไข้ไม่น้อยกว่า 2 แสนคน สาเหตุของการเกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ในปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด แต่หลักฐานจากการศึกษาบ่งชี้ว่า อาจเกิดจากการติดเชื้อบางอย่าง เช่น เชื้อไวรัส ในผู้ที่มีพันธุกรรมบางลักษณะที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้ การติดเชื้อนี้ อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้มีการสร้างสารต่างๆ ที่ทำให้เกิดอาการอักเสบเรื้อรัง และทำลายเนื้อเยื่อหุ้มข้อของตนเอง ถึงแม้โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์อาจจะเกิดจากการติดเชื้อ แต่โรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อ และก็ไม่ใช่โรคทางกรรมพันธุ์ที่จะถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปยังลูกโดยตรง แต่ลูกอาจจะมีโอกาสเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มากกว่าเด็กอื่นเล็กน้อย


อาการอะไรที่ทำให้สงสัยว่าท่านอาจจะป่วยเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์?

        ถ้าท่านมีอาการปวดบวมตามข้อมือ ข้อนิ้วมือ โดยเฉพาะข้อโคนนิ้วและข้อกลางนิ้วของนิ้วมือเกือบทุกนิ้ว รวมทั้งนิ้วเท้าด้วย และเป็นพร้อมๆกันทั้งมือซ้ายและมือขวา รวมไปถึงมีอาการปวดข้อศอก ข้อไหล่ ข้อเข่า ข้อเท้า หรือตอนเช้าตื่นนอนมารู้สึกขัดๆ ขยับข้อต่างๆไม่ค่อยสะดวก มีอาการฝืดๆแข็งๆแต่พอตอนสายจะดีขึ้นเอง ร่วมกับมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหารหรือมีไข้ต่ำๆ โดยอาการทั้งหมดนี้เป็นต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์ ให้สงสัยว่าท่านอาจป่วยเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ควรรีบไปปรึกษาแพทย์

การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

        หลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และได้รับการประเมินว่าโรคมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใดแล้ว การให้การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ แพทย์จะมุ่งเน้นที่การลดอาการปวดและการอักเสบของข้อก่อน ต่อมาก็จะพยายามรักษาสภาพของข้อให้ทำงานได้ตามปกติ ป้องกันการทำลายข้อและกระดูก และเปลี่ยนแปลงการดำเนินโรคให้ดีขึ้น โดยการใช้ยาซึ่งอาจจะประกอบด้วยยาหลายชนิด เช่น ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาเปลี่ยนแปลงการดำเนินโรค เป็นต้น การทำกายภาพบำบัด และการผ่าตัดในกรณีที่จำเป็น เพื่อให้โรคเข้าสู่ระยะสงบเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความพิการ และทำให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เนื่องจากโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรัง การรักษาจึงต้องใช้ระยะเวลานานหลายปี ต้องมีการติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ มีการปรับขนาดของยาให้เหมาะสมกับโรคแต่ละระยะ

หัวใจสำคัญของการรักษาคนไข้โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
คนไข้ต้องปฏิบัติตนดังนี้

  1. ไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อการได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
  2. พักการใช้งานข้อ จนข้อหายอักเสบ ตามที่แพทย์แนะนำ หรือถ้ามีอาการปวดข้อมาก ควรพักการใช้งานของข้อนั้นๆ
  3. ทำความเข้าใจโรคที่เป็นอยู่ ยอมรับและปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาวะของโรค
  4. พักผ่อนร่างกายและจิตใจ ทำจิตใจให้สงบ ไม่กังวลใจ
  5. รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  6. ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง โดยเฉพาะยาชุด ยาลูกกลอน ที่มักมีส่วนผสมของยาสเตียรอยด์ ทำให้ได้รับผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายจากยาสเตียรอยด์
  7. คนไข้ที่ได้รับยารักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ที่เป็นยาเปลี่ยนการดำเนินโรค ควรเข้าใจว่ายากลุ่มนี้จะต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งจึงจะเห็นผลการรักษา ดังนั้น จึงไม่ควรเปลี่ยนยาหรือเปลี่ยนแพทย์ผู้รักษาในระยะเวลาอันสั้น ควรรอจนเห็นผลการรักษาเสียก่อน ถ้ามีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อน
  8. ขณะเดียวกันสามารถปฏิบัติตนด้วยการใช้น้ำอุ่นประคบ การแช่หรืออาบน้ำอุ่น ซึ่งมักจะแนะนำให้ทำในตอนเช้านาน 15 นาที ในข้อที่ปวด เช่น ข้อนิ้วมือ ข้อนิ้วเท้า หรือใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบ
  9. บริหารข้อและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ตามที่แพทย์แนะนำ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ถึงแม้จะเป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังที่ทำให้เกิดความพิการได้ แต่ถ้าได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่เริ่มแรก ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง โดยแพทย์ และที่สำคัญที่สุด คือ มีการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องของคนไข้ จะทำให้โรคนี้เข้าสู่ระยะสงบได้เร็วและนาน โดยไม่ทำให้คนไข้มีความพิการหรือมีความพิการน้อยที่สุด คนไข้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ ประกอบอาชีพได้ตามปกติ ซึ่งหมายถึง "การมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขในชีวิตนั่นเอง"

เอกสารอ้าง

  1. กิตติ โตเต็มโชคชัยการ. http://www.aventis.co.th/main/0,1003,TH-TH-33249-52733--,00.html, 19 August 2004.
  2. สายชลี ทาบโลกา. http://www.thairheumatology.org/medical/journal/jn_23.htm, 19 August 2004.
  3. Nation Institutes of Health, Department of Health & Human Services. http://www.niams.nih.gov/hi/topics/arthritis/rahandout.htm, 19 August 2004