การเก็บและการส่งตัวอย่างตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อรา |
การตรวจวินิจฉัยราก่อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและอ่านผลได้อย่างแม่นยำรวดเร็วนั้น
นอกจากจะขึ้นกับความรู้ความชำนาญ ประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงานแล้ว ยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัตถุตัวอย่าง
ซึ่งประกอบด้วย การเก็บตัวอย่างที่ถูกต้องเหมาะสม การนำส่งห้องปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว
และการดำเนินการตรวจอย่างถูกต้อง
การเก็บตัวอย่างจะต้องพิจารณาถึง
1. ตำแหน่งที่เก็บตัวอย่าง
ถูกต้อง และใช้เทคนิคการเก็บตัวอย่างแบบปราศจากเชื้อ (aseptic technique)
2. ปริมาตรของตัวอย่างเพียงพอกับความต้องการ
3. ภาชนะบรรจุตัวอย่างต้องปราศจากเชื้อ
และเลือกชนิดของภาชนะให้เหมาะสมกับตัวอย่าง
ชนิดโรคหรือโรคที่สงสัย แบ่งตามบริเวณก่อโรค และสิ่งที่ต้องชันสูตรโรค
ตารางที่ 4-1 ชนิดของตัวอย่างที่ส่งชันสูตรตามชนิดของโรคและเชื้อก่อโรคบริเวณผิวหนัง
(superficial and succutaneous mycoses)
โรค |
เชื้อก่อโรค |
วัตถุส่งตรวจ |
| Black piedra |
Piedraia hortae |
ผม |
| White piedra |
Trichosporon beigelii |
ผม |
| Tinea nigra |
Exophiala werneckii |
ผิวหนัง |
| Tinea versicolor |
Malassezia furfur |
ผิวหนัง |
| Dermatophytosis |
Trichophyton Microsporum Epidermophyton
|
ผิวหนัง, ผม,
เล็บ
ผิวหนัง, ผม, เล็บ
ผิวหนัง, เล็บ
|
| Candidiasis |
Candida |
เล็บ, ผิวหนัง
mucocutaneous tissue,vaginal swab
|
| Mycotic
keratitis |
Aspergillus,Candida,Fusarium |
corneal scraping |
| Onychomycosis |
Aspergillus, Scopulariopsis |
เล็บ |
| Otomycosis |
Aspergillus, Mucor |
external auditory canal debris |
ตารางที่ 4-2 ชนิดของตัวอย่างที่ส่งชันสูตรตามชนิดของโรคและเชื้อก่อโรคบริเวณชั้นใต้ผิวหนัง
(subcutaneous mycoses)
โรค |
เชื้อก่อโรค |
ตำแหน่งก่อโรค |
วัตถุส่งตรวจ |
| Mycetoma |
Madurella Aspergillus Acremonium
Curvularia Exophiala jeanselmei Pseudallescheria
boydii |
เท้า |
grain
in pus/biopsy |
| Chromomycosis |
Exophiala Fonsecaea Cladosporium
Phialophora |
เท้า/ขา |
crusts/biopsy |
| Phaeohyphomycoses |
Exophiala jeanselmei Phialophora richardsiae
Alternaria |
แขนขา |
biopsy |
| Basidiobolomycosis |
Basidiobolus meristosporus
|
แขนขาส่วนบน/ก้น |
biopsy |
| Rhinoentomophtorosis |
Conidiobolus coronatus |
หน้า |
biopsy |
| Sporotrichosis |
Sporothrix schenckii |
มือ/ปลายแขน |
หนอง |
| Lobomycosis |
Loboa loboi |
แขนขา |
biopsy |
| Rhinosporidiosis |
Rhinosporidium seeberi |
จมูก |
biopsy |
ตารางที่ 4-3 ชนิดของตัวอย่างที่ส่งชันสูตรตามชนิดของโรคและเชื้อโรคระบบอวัยวะภายใน
(systemic mycoses)
โรค |
เชื้อก่อโรค |
วัตถุส่งตรวจ |
| Candidiasis |
Candida |
น้ำคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ, เลือด
ไขกระดูก, สมอง, น้ำไขสันหลัง, nasal tissue, ปัสสาวะ, ผิวหนัง,
mucous membrane
|
| Cryptococcosis |
Cryptocococcus neoformans |
น้ำไขสันหลัง, เลือด, ไขกระดูก, เสมหะ,
น้ำล้างปอด, ปัสสาวะ, ต่อมน้ำเหลือ, ม้าม, ตับ, ไต, ผิวหนัง, ต่อมหมวกไต,
ต่อมลูกหมาก, ต่อมธัยรอยด์
|
| Penicillosis marneffei |
Penicillium marneffei |
เลือด, ไขกระดูก, ผิวหนัง, น้ำคัดหลั่งจาก
ระบบทางเดินหายใจ, ตับ, ต่อมน้ำเหลือง, อุจจาระ, น้ำไขสันหลัง,
กระเพาะอาหาร, ลำไส้เล็ก, ม้าม
|
| Histoplasmosis |
Histoplasma capsulatum |
ไขกระดูก, เลือด, น้ำคัดหลั่งจากระบบทางเดิน
หายใจ, ต่อมน้ำเหลือง, ตับ, แผลที่ผิวหนัง, น้ำไขสันหลัง, สมอง
|
| Aspergillus |
Aspergillus |
น้ำคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ, สมอง,
nasal sinus, corneal scraping, external auditory canal debris
|
| Zygomycosis |
Rhizopus,Mucor,Absidia,
Saksenaea,Cunninghamella,
Syncepphalastrum,
Conidiobolus,
Basidiobolus |
น้ำคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ, กระดูก,
สมอง, corneal scraping, nasal tissue, mucous membrane, subcutaneous
tissue, ผิวหนัง
|
| Fusariosis |
Fusarium |
น้ำคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ,
เลือด, กระดูก, ไขกระดูก, corneal scraping, nasal tissue, mucous
membrane, joint fluid, ผิวหนัง, ผม และเล็บ
|
| Sporotrichosis |
Sporothrix schenckii |
น้ำคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ,เลือด,กระดูก,
น้ำไขสันหลัง, nasal tissue, mucous membrane, subcutaneous tissue,
ผิวหนัง
|
| Blastomycosis |
Blastomyces dermatitidis |
น้ำคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ, กระดูก,
สมอง, น้ำไขสันหลัง, nasal tissue, prostate fluid, mucous membrane,
joint fluid, ปัสสาวะ, ผิวหนัง
|
| Coccidioidomycosis |
Coccidioides immitis |
น้ำคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ,เลือด,กระดูก,
ไขกระดูก,สมอง,ไขสันหลัง,nasal tissue, prostate fluid, mucous
membrane, subcutaneous tissue, joint fluid ,ปัสสาวะ, ผิวหนัง
|
| Paracoccidioidomycosis |
Paracoccidioides
brasiliensis |
น้ำคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ,กระดูก,
ไขกระดูก,สมอง,nasal tissue,mucous membrane, ผิวหนัง
|
Cerebral
phaeohyphomycosis
|
Cladosporium
trichoides |
สมอง |
ตารางที่ 4-4 ข้อแนะนำในการเก็บตัวอย่างที่ถูกต้องเหมาะสม
ชนิด
ตัวอย่าง
|
วิธีเก็บ/ปริมาตร/ภาชนะที่เก็บ |
ชนิดตัวอย่าง
ที่ไม่เหมาะสม
|
อุณหภูมิ
ในการเก็บรักษา |
| เลือด |
เก็บด้วยวิธีการที่ปราศจากเชื้อ ใช้ syringe เจาะเส้นเลือดดำเก็บเลือดปริมาตร
10 มิลลิลิตร ลงในหลอดปราศจากเชื้อที่มีสารละลาย Sodium polyanethol
sulfomate (SPS) บรรจุอยู่ในปริมาตรที่ได้ความเข้มข้นสุดท้ายของ
SPS 0.05 % นำไปเพาะเชื้อทันที ใน blood culture bottle อัตราส่วนของเลือด
ต่ออาหารเหลว เท่ากับ 1:10 ถ้าใช้วิธี lysis centrifugation method
เก็บเลือด 10 มิลลิลิตร บรรจุลงใน Isolator tube |
Clotted blood |
25oซ ,9 ชั่วโมง |
| น้ำไขสันหลัง |
เก็บโดยวิธีปราศจากเชื้อ ปริมาตร 3-5 มิลลิลิตร
บรรจุในหลอดปราศจากเชื้อ |
ปริมาตรน้ำไขสันหลัง
น้อยกว่า 1 มิลลิลิตร
|
4o ซ หรืออุณหภูมิ
- ห้อง (25-30o ซ) |
Joint,pleural, peritoneal
fluid
|
เก็บโดยวิธีปราศจากเชื้อ ปริมาตร ไม่ต่ำกว่า 2 มิลลิ
ลิตร บรรจุในหลอดปราศจากเชื้อ |
swabs |
4o ซ ,ค้างคืน |
| เสมหะ |
เก็บตอนเช้า ก่อนอาหารเช้าให้ผู้ป่วยแปรงฟัน บ้วน ปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก
หรือน้ำ หรือน้ำเกลือปราศ จากเชื้อ บ้วนปากหลายๆ ครั้ง ไอแรงๆ บ้วนเสมหะ
จากส่วนลึกของหลอดลม เก็บตัวอย่าง 5-10 มิลลิ ลิตร ลงในขวด หรือถ้วยปากกว้างมีฝาปิด
|
น้ำลาย, nasal secretion, throat swab,
24 hours collection
|
4oซ |
| Vaginal |
swab ชุบด้วยน้ำเกลือหรือน้ำกลั่นปราศจากเชื้อ เก็บตัวอย่างบริเวณช่องคลอด
เก็บ swab ลงใน หลอดปราศจากเชื้อ |
swab แห้ง swab ที่เก็บใน transport medium
|
4o ซ ,ค้างคืน |
| ปัสสาวะ |
เก็บปัสสาวะครั้งแรกตอนเช้า ทำความสะอาด บริเวณอวัยวะเพศก่อนเก็บตัวอย่าง
ให้ถ่ายทิ้งออกมา ประมาณ 20-25 มิลลิลิตร ก่อน จึงเก็บปัสสาวะให้
ได้ปริมาตร 25-50 มิลลิลิตร บรรจุในขวดปากกว้าง ปราศจากเชื้อ
|
ปริมาตรน้อยเกินไป,
24 hours collection
|
4o ซ,12-15 ชั่วโมง |
| ไขกระดูก |
เก็บโดยวิธีปราศจากเชื้อ ปริมาตรไขกระดูก 0.2-0.3 มิลลิลิตร บรรจุลงในหลอดปราศจากเชื้อ
ที่มีสารป้อง กันการแข็งตัว "เฮพาริน" (heparin) หรือเก็บใน
heparinized syringe |
Clotted specimen |
4o ซ,12 ชั่วโมง |
Corneal
scraping |
ทำความสะอาดบริเวณรอบตา ด้วยยาฆ่าเชื้ออย่างอ่อน ใช้สำลีปราศจากเชื้อชุบน้ำเกลือปราศจากเชื้อ
เช็ดเอาเครื่องสำอางและไขมันออก ให้ยาชาเฉพาะที่ ขูดบางๆ บริเวณที่เป็นแผลโดยใช้
platinum spatula ป้ายลงบนแผ่นสไลด์ และเพาะเชื้อทันทีลงในอาหาร
แข็ง (เก็บตัวอย่างและเพาะเชื้อโดยจักษุแพทย์) |
swabs,
dried specimen |
- |
| ฝี,หนองฝี |
ฝีขนาดใหญ่ สุกเต็มที่ ไม่มีรูเปิด เก็บโดยวิธีการปราศ จากเชื้อ
ใช้ syringe ดูดหนองฝีออกมาใส่ลงในหลอด ปราศจากเชื้อ ฝีขนาดเล็กอยู่เป็นกลุ่มกระจัดกระจาย
เปิดแผลด้วย scalpel และกดให้หนองไหลลงหลอด ปราศจากเชื้อ ฝีที่สมอง
ใช้ syringe ดูดเก็บหนองบรรจุในหลอด ปราศจากเชื้อ และเก็บส่วนผนังของตุ่มฝีไปตรวจด้วย
|
swabs |
4o ซ |
| Tissue |
ชิ้นส่วนของ tissue ประกอบด้วยส่วนที่ปกติ ส่วนรอย โรคที่ขอบแผล
และส่วนรอยโรคตรงกลางแผล เก็บ ในหลอดหรือขวดปากกว้าง ขนาดเล็กที่ปราศจากเชื้อ
ที่มีน้ำเกลือปราศจากเชื้อ ประมาณ 1-2 มิลลิลิตร หรือเก็บในจานเพาะเชื้อที่มีแผ่นผ้าก๊อสปราศจากเชื้อ
รองชั้นล่างและปิดชั้นบน ทำให้ชื้นด้วยน้ำเกลือปราศ จากเชื้อ
|
swabs |
4o ซ |
| หู จมูก ปาก |
swabs ชุบด้วยน้ำเกลือหรือน้ำกลั่นปราศจากเชื้อ เก็บตัวอย่างและใส่ลงในหลอดปราศจากเชื้อ
|
Dried specimen |
4o ซ, ค้างคืน |
ผม
(สงสัย white piedra)
|
ตัดเส้นผมหรือขนบริเวณส่วนปลายที่มีปมอ่อนสีขาว หรือน้ำตาลอ่อน
เก็บใน plate หรือซองกระดาษ ปราศจากเชื้อ |
- |
อุณหภูมิห้อง |
ผม
(สงสัย black piedra)
|
ตัดเส้นผมบริเวณส่วนปลายที่มีปมแข็งสีน้ำตาล เก็บใน plate หรือซองกระดาษปราศจากเชื้อ
|
- |
อุณหภูมิห้อง |
ผม
(สงสัย derma- tophytosis)
|
ดึงหรือถอนโดยใช้ forceps ที่ปราศจากเชื้อให้ติดส่วน โคนเส้นผมด้วย
เก็บใน plate หรือซองกระดาษปราศ จากเชื้อ ผมเด็กใช้แผ่นเทปใสแตะลงไปที่เส้นผม
และ ดึงแผ่นเทปออกมา แตะลงบนแผ่นสไลด์แห้ง |
clipping hair |
อุณหภูมิห้อง |
| เล็บ |
ทำความสะอาดบริเวณเล็บด้วย 70 % alcohol ใช้กรรไกรตัดส่วนที่เป็นโรคทิ้งไปเล็กน้อย
ตัดส่วนของเล็บที่เป็นโรค ที่อยู่ใกล้กับบริเวณปกติของเล็บ ขูดเก็บบริเวณ
ใต้เล็บ เก็บตัวอย่างเล็บใน plate หรือซองกระดาษ ปราศจากเชื้อ
|
- |
อุณหภูมิห้อง |
| ผิวหนัง |
ใช้ผ้าก๊อสพับเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมชุบ 70 % alcohol ทำ ความสะอาดบริเวณที่เป็นโรค
ใช้ใบมีดขูดบริเวณขอบ แผล เก็บใน plate หรือซองกระดาษปราศจากเชื้อ
ถ้า ลักษณะแผลเป็นตุ่มน้ำ ใช้ใบมีดตัดยอดตุ่มน้ำมาตรวจ ถ้าลักษณะแผลเป็นผื่นมีสะเก็ดละเอียด
ใช้แผ่นเทปใส ด้านเหนียวกดลงบนผื่น ดึงออกแล้ววางด้านเหนียวลง บนแผ่นสไลด์แก้ว
|
swabs |
อุณหภูมิห้อง |
ผิวหนังเพื่อ ตรวจหา Penicillium marneffei,
Histoplasma capsulatum หรือ Cryptococcus neoformans
|
ทำความสะอาดแผลที่มีลักษณะคล้ายตุ่มสิว(papule) หรือเป็นตุ่มเปื่อย
(ulceration and nodule) ด้วย 70% alcohol ใช้ใบมีดหรือเข็มขูดบริเวณแผลจนได้สะเก็ด
แผลติดใบมีดหรือติดปลายเข็ม จากนั้นป้ายลงบนแผ่น สไลด์แก้ว เพื่อย้อมสี
และแตะลงบนอาหารเพาะเชื้อ ให้สะเก็ดแผลฝังลงในเนื้อวุ้น |
swabs |
อุณหภูมิห้อง |
การนำส่งตัวอย่างจากผู้ป่วยเพื่อตรวจชันสูตร เก็บตัวอย่างแล้วนำส่งห้องปฏิบัติการทันที
และดำเนินการตรวจทันทีภายใน 1-2 ชั่วโมงดีที่สุด แต่ถ้าทำไม่ได้ ต้องรู้วิธีการเก็บรักษาตัวอย่างเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อการวินิจฉัย
ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
การนำตัวอย่างส่งห้องปฏิบัติการโดยตรง
ภาชนะที่บรรจุตัวอย่างต้องปิดฝาแน่น ใช้แผ่นเทปใสปิดทับอีกชั้นหนึ่ง
และบรรจุในภาชนะอีกชั้นหนึ่ง
การนำส่งตัวอย่างทางพัสดุไปรษณีย์
วัตถุตัวอย่างจากผู้ป่วยเพื่อตรวจชันสูตรเชื้อรา ไม่ควรส่งตรวจทางไปรษณีย์
ยกเว้นตัวอย่าง ผม เล็บ ผิวหนัง ที่สงสัยติดเชื้อราในกลุ่ม dermatophytes
ภาชนะบรรจุคือซองกระดาษปราศจากเชื้อ
ตัวอย่างที่นำส่งมายังห้องปฏิบัติการ
ต้องติดป้ายที่ภาชนะบรรจุตัวอย่างอย่างชัดเจน ดังนี้
1. ชื่อผู้ป่วย
2. ชื่อตึกของผู้ป่วยหรือหมายเลขตึกของผู้ป่วย
3. ชนิดของตัวอย่าง
และบริเวณที่เก็บ
4. วันที่
และเวลาที่เก็บตัวอย่าง
5. หมายเลขของวัตถุตัวอย่างที่ตรงกับใบนำส่ง
(reguest form)
การนำส่งเชื้อราเพื่อตรวจยืนยัน
เพาะเชื้อลงบน
Sabouraud dextrose agar slant รอให้เชื้อเจริญก่อนจึงนำส่ง นำส่งระยะใกล้ใช้หลอดปิดด้วยจุกฝาเกลียว
ระยะไกลใช้หลอดจุกสำลี จะช่วยระบายก๊าซที่เชื้อสร้าง โดยเฉพาะถ้าเป็นเชื้อในกลุ่มยีสต์
ป้องกันหลอดแตกและป้องกันเนื้อวุ้นลอยขึ้นมาที่บริเวณปากหลอด ในการบรรจุหีบห่อ
หลอดที่ปิดด้วยจุกสำลีใช้แผ่นเทปใสปิดรอบปากหลอดเพื่อกันจุกหลุด เชื้อแต่ละหลอดห่อแยกด้วยถุงพลาสติก
และปิดทับด้วยเทปกันน้ำ ซึ่งถ้าเกิดการแตกจะไม่แพร่กระจายไปทั่วทั้งหีบห่อ
หลอดที่ห่อแยกไว้นี้ใส่ลงในภาชนะที่บุด้วยสำลีหรือแผ่นกันแตก และใส่ลงในภาชนะอีกชั้นหนึ่ง
รวมเป็น 2 ชั้น นำส่งได้
หลอดที่นำส่งเชื้อเพื่อตรวจยืนยัน
ติดป้ายด้วยข้อความดังนี้
1. หมายเลขตัวอย่างเชื้อ
2. ชื่อผู้ป่วย
3. เชื้อที่สงสัย
4. ชนิดของตัวอย่าง
5. วันที่
subculture
6. อาหารเพาะเลี้ยงเชื้อ
ตารางที่ 4-5 ข้อควรระวังในการเก็บตัวอย่าง
และการเก็บรักษาตัวอย่างส่งตรวจจากผู้ป่วย
ชนิดตัวอย่าง |
ข้อควรระวัง |
การเก็บตัวอย่าง |
การเก็บรักษาตัวอย่าง |
| เลือด |
หลีกเลี่ยงการใช้สารกันเลือดแข็งประเภท
ฟลูออไรด์,อ๊อกซาเลท,อีดีทีเอ และซิเตรท เนื่องจากสารเหล่านี้สามารถยับยั้งจุลชีพ
บางชนิดได้
|
ไม่ควรเก็บตัวอย่างเลือดไว้นานเกิน
9 ชั่วโมง
ที่ 25o ซ
|
| น้ำไขสันหลัง |
ปริมาตรไม่ควรต่ำกว่า 2 มิลลิลิตร |
ไม่จำเป็นต้องเก็บที่ 4o
ซ เพราะว่าเชื้อ ราที่เป็นสาเหตุในตัวอย่างชนิดนี้จะเพิ่ม จำนวนได้ดีที่อุณหภูมิ
25 - 30o ซ
|
| vaginal |
ไม่ควรใช้ swab แห้ง
ไม่ควรใช้ transport medium
|
ไม่ควรเก็บตัวอย่างที่อุณหภูมิห้อง |
| ปัสสาวะ |
- |
ไม่ควรเก็บไว้ที่
4o ซ นานเกิน 12-15 ชั่วโมง เพราะอาจตรวจไม่พบเชื้อที่เป็น
สาเหตุ เพราะเชื้ออาจเปลี่ยนรูปร่าง |
| ไขกระดูก |
- |
ไม่ควรเก็บไว้ที่ 4o
ซ นานเกิน 12 ชั่วโมง |
| ฝี หนองฝี |
ถ้าฝีขนาดเล็ก มีหนองน้อยมาก
ใช้ swab เก็บตัวอย่างได้ และเก็บในหลอดที่ อยู่ในสภาวะไร้ออกซิเจน
|
- |
| หู จมูก ปาก |
- |
ไม่ควรเก็บตัวอย่างไว้ที่อุณหภูมิห้อง |
| ผิวหนัง ผม เล็บ |
- |
ไม่ควรเก็บที่ 4o
ซ เพราะว่า dermatophytes บางตัวไม่ทนที่อุณหภูมิ นี้ ตัวอย่างที่ติดเชื้อ
Candida เก็บที่อุณหภูมิห้องในสภาพแวดล้อมที่แห้งได้ไม่เกิน 2 สัปดาห์ |
เอกสารอ้างอิง
1) Balows
A et al. Manual of Clinical Microbiology 5th.In
: Merz WG ,ed. Detection and Recovery of fungi from Clinical Specimens.
Washington,D.C : American Society For Microbiology, 1991 : 588-589.
2) Dalton
H.P.,Nottebart H.C.Interpretive medical microbiology. New York : Churchill
Livingstone,1986. 3)
Evans E.G.V.,Richardson M.D.Medical mycology a practical approach. Oxford
: IRL PRESS at OXFORD UNIVERSITY PRESS,1989 : 1-11. 4)
Isenberg H.D.Clinical Microbiology Procedures Handbook. In: Schell WA,
ed. Specimen Processing and Culturing. Washington,D.C : American Society
For Microbiology,1992: 6.6.1-6.6.3. 5)
Lennett E.H. et al. Manual of Clinical Microbiology
4 th .In : Roberts GD,ed. Detection and Recovery
of Fungi in Clinical Specimens. Washington,D.C : American Society For
Microbiology, 1985 : 500-513. 6)
McGinnis M.R.Laboratory handbook of medical mycology. London : Academic
Press,1980 : 73-102.
|
การเก็บและการส่งตัวอย่าง
ตรวจวินิจฉัยทาง ภูมิคุ้มกันวิทยา |
การเก็บและการส่งตรวจวินิจฉัยโรคเมลิออยโดสิส
(Melioidosis) |
- ชื่อโรคหรือเชื้อที่ต้องการส่งตรวจ
ตรวจหาแอนติบอดีของเชื้อ
Burkhoderia pseudomallei ซึ่งทำให้เกิดโรคเมลิออยโดสิส
- การเตรียมผู้ป่วยเพื่อเก็บตัวอย่าง
-
- ชนิดตัวอย่างและปริมาณ
ซีรัม
ปริมาณ 2 มิลลิลิตร
- ชนิดตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม
ซีรัมที่มีฝ้าขาวเนื่องจากเชื้อรา,
แบคทีเรีย
- ข้อแนะนำวิธีการเก็บตัวอย่าง
เจาะเลือดประมาณ
5 มิลลิลิตร แล้วปั่นเพื่อแยกซีรัมใส่ในหลอดพลาสติกปิดจุกให้แน่น โดยเจาะครั้งแรกทันทีที่ได้รับผู้ป่วย
ส่วนครั้งที่สองให้เจาะเลือดห่างจากครั้งแรกเป็นเวลา 2 สัปดาห์
- วิธีการส่งตัวอย่าง
1) ซีรัมใส่ในหลอดพลาสติกปิดจุกให้แน่นพันปากหลอดด้วยพาราฟิล์มเพื่อป้องกันฝาจุกหลุด
2) นำไปบรรจุในถุงพลาสติกรัดปากถุงให้แน่นด้วยยางรัด
3) นำส่งโดยแช่ในกล่องโฟมที่มีน้ำแข็ง
4) ในการเก็บตัวอย่างทุกครั้งโปรดเขียน
ชื่อ-นามสกุลผู้ป่วย วันเดือนปี ที่เก็บพร้อมประวัติการเจ็บป่วย
- เอกสารอ้างอิง
1) กุลนารี
สิริสาลี และ สุดารัตน์ มโนเชี่ยวพินิจ การเจาะเลือด : ผลกระทบต่อคุณภาพงานบริการทางห้องปฏิบัติการชันสูตรโรค
พิมพ์ครั้งที่ 1 กรุงเทพ : เอช. ที. พี. เพรส., 2541.
กลับไปด้านบน
การเก็บและการนำส่งตัวอย่างเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคเลปโตสไปโรซิส
(Leptospirosis) |
การเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคเสปโตสไปโรซิส
ต้องคำนึงถึงวิธีตรวจวิเคราะห์ ชนิดของตัวอย่าง การปนเปื้อนและช่วงเวลาของการเจ็บป่วย
การนำส่งตัวอ่างต้องคำนึงถึงความปลอดภัยอุณหภูมิที่เหมาะสม และต้องส่งให้ถึงห้องปฏิบัติการโดยเร็ว
- การเก็บตัวอย่างเพื่อเพาะเชื้อ
ควรเก็บตัวอย่างก่อนการให้ยาปฏิชีวนะด้วยเทคนิคปลอดเชื้อและส่งถึงห้องปฏิบัติการเร็วที่สุด
เลือด ควรเก็บในอาหารสำหรับเพาะเลี้ยงเชื้อเลปโตสไปราชนิดกึ่งแข็ง
( Ellinghausen and McCullough, Modified by Johnson and Harris :
EMJH ) โดยหยดเลือดปริมาตร 0.1 - 0.2 มิลลิลิตร (ประมาณ 1 - 5 หยด)
ลงในหลอดบรรจุ EMJH ปริมาตร 5 - 10 มิลลิลิตร เก็บตัวอย่างละ 3 - 5
หลอด ถ้าใช้เลือดปริมาณมากอาจหยุดการเจริญของเชื้อได้ เนื่องจากแอนติบอดีและยาปฏิชีวนะที่อยู่ในเลือดในกรณีไม่มีอาหารเลี้ยงเชื้อเลปโตสไปรา
เก็บตัวอย่างเลือดในสารกันเลือดแข็งตัว heparin หรือ sodium oxalate
และรีบส่งตัวอย่างให้ถึงห้องปฏิบัติการเพื่อเพาะเชื้อโดยเร็วที่สุด
การนำส่งห้ามแช่เย็น ให้เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง การเพาะเชื้อในเลือดควรทำในช่วงมีไข้
1 - 2 วันแรก มักใช้อาหารกึ่งแข็ง EMJH ที่มี fluorourcil 100 - 200
ไมโครกรัม/มิลลิลิตร เป็น selective medium ในการเก็บตัวอย่างเพื่อป้องกันการเจริญของแบคทีเรียอื่น
น้ำไขสันหลัง ในช่วง
5 - 10 วันแรกการเพาะเชื้อจะให้ผลบวกได้ โดยเก็บน้ำไขสันหลัง 0.5 มิลลิลิตรใส่ในอาหารกึ่งแข็ง
EMJH ปริมาตร 5 มิลลิลิตรและนำส่งห้องปฏิบัติการ ในกรณีไม่มีอาหารเลี้ยงเชื้อเลปโตสไปราเก็บน้ำไขสันหลังใส่ขวดปราศจากเชื้อและส่งห้องปฏิบัติการเพื่อเพาะเชื้อโดยเร็วที่สุด
ปัสสาวะ การเก็บปัสสาวะต้องระมัดระวังการปนเปื้อนอย่างมาก
ควรเก็บน้ำปัสสาวะช่วงกลาง (midstream urine) ประมาณ 10 มิลลิลิตร
ใส่ในขวดปราศจากเชื้อและนำส่งห้องปฏิบัติการเพื่อเพาะเชื้อทันที เชื้อเลปโตสไปราจะตายง่ายในภาวะเป็นกรด
ดังนั้นจึงต้องปรับให้อยู่ในสภาวะเป็นด่าง ในช่วงสัปดาห์แรกที่ผู้ป่วยมีไข้สูงมักไม่พบเชื้อเลปโตสไปราในปัสสาวะจะพบเชื้อในปัสสาวะได้บ่อยในช่วง
14 - 28 วัน หรือ 1 - 3 สัปดาห์ หลังมีอาการ ซึ่งจะมีโอกาสเพาะเชื้อได้มาก
ชิ้นเนื้อ สามารถเพาะแยกเชื้อได้จากเนื้อเยื่ออวัยวะจาก
ตับ ไต และสมอง ควรเก็บตัวอย่างทันที และเพาะเชื้อภายใน 4 ชั่วโมง
เนื่องจากเชื้อเลปโตสไปราไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานในเนื้อเยื่อที่เสื่อมสลาย
(autolytic tissue)
- การเก็บซีรัมเพื่อส่งตรวจแอนติบอดี
เจาะเลือดจากหลอดเลือดดำ
ใส่หลอดที่ไม่มีสารกันเลือดแข็งตัว หลังจากเลือดแข็งตัวปั่นแยกซีรัมที่ความเร็วประมาณ
1,500 - 2,000 รอบ/นาที ปั่นนาน 5 - 10 นาที ดูดซีรั่มใส่หลอดสะอาด
ระวังอย่าให้มีเม็ดเลือดแดงติดไปด้วย เขียนชื่อ-สกุลของผู้ป่วย HN.
วันที่เก็บตัวอย่าง ครั้งที่เก็บซีรั่ม กรอกใบนำส่งพร้อมประวัติการเจ็บป่วย
ในกรณีส่งให้ห้องปฏิบัติการที่อยู่ไกล ควรวางหลอดทดลองให้อยู่ในแนวตั้งเสมอ
ปิดฝาจุกและปิดทับด้วยพาราฟิล์ม ใส่ในกล่องโฟมที่มีน้ำแข็งแห้ง ควรเก็บเลือดผู้ป่วย
2 ครั้ง โดยเก็บครั้งแรกและครั้งที่สองห่างัน 1 - 2 สัปดาห์
- การเก็บตัวอย่างเพื่อหาสารพันธุกรรม
ตัวอย่างสำหรับตรวจวินิจฉัยโรคเลปโตสไปโรซิสด้วยวิธีตรวจหาสารพันธุกรรมนั้นมักใช้
เลือดปัสสาวะ หรือ น้ำไขสันหลัง เลือดควรเก็บในหลอดที่มีสารกันเลือดแข็งตัว
EDTA ปริมาตร 2-3 มิลลิลิตร เก็บตัวอย่างไว้ที่อุณหภูมิ 4 °ซ ปัสสาวะควรเก็บในหลอดปราศจากเชื้อปริมาตร
20 - 30 มิลลิลิตร ในกรณีไม่สามารถส่งตรวจทันทีควรเก็บตัวอย่างไว้ที่อุณหภูมิ
-20 °ซ เพื่อป้องกันการเจริญของแบคทีเรียชนิดอื่น
- เอกสารอ้างอิง
1. Faine
S, Adler B, Bolin C and Perolat P. Leptospira and Leptospira and
Leptospirosis, 2nd edition. Melbourne. MediSci. 1999.
2. TJ.
Immunologic methods for the diagnosis of spirochetal diseases. In
Maunal of Clinical Laboratory Immunology, 4th Editor. Washington,
D.C.C. American Society for Microbiology. C 1992 : 476 - 478.
3. Merien
F, Amouriaux P, Perolat P, Baranton G and Giron IS. Polymerase Chain
Reaction for detection of Leptospira spp. in clinical samples. J
Clin Microbiol 1992;30 : 2219 - 2224.
กลับไปด้านบน
การเก็บและการส่งตรวจวินิจฉัยโรคคลามัยเดีย
(Chlamydiosis) |
- ชื่อโรคหรือเชื้อที่ต้องการส่งตรวจ
ตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อ
Chlamydia trachomatis, Chlamydia pneumoniae ซึ่งทำให้เกิดโรคคลามัยเดีย
- การเตรียมผู้ป่วยเพื่อเก็บตัวอย่าง
-
- ชนิดตัวอย่างและปริมาณ
ซีรัม
ปริมาณ 2 มิลลิลิตร
- ชนิดตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม
ซีรัมที่มีฝ้าขาวเนื่องจากเชื้อรา,
แบคทีเรีย
- ข้อแนะนำวิธีการเก็บตัวอย่าง
เจาะเลือดประมาณ
5 มิลลิลิตร แล้วปั่นเพื่อแยกซีรัมใส่ในหลอดพลาสติกปิกจุกให้แน่น โดยเจาะครั้งแรกทันทีที่ได้รับผู้ป่วย
ส่วนครั้งที่สองให้เจาะเลือดห่างจากครั้งแรกเป็นเวลา 2 สัปดาห์
- วิธีการส่งตัวอย่าง
1) ซีรัมใส่ในหลอดพลาสติกปิดจุกให้แน่นพันปากหลอดด้วยพาราฟิล์มเพื่อป้องกันฝาจุกหลุด
2) นำไปบรรจุในถุงพลาสติกรัดปากถุงให้แน่นด้วยยางรัด
3) นำส่งโดยแช่ในกล่องโฟมที่มีน้ำแข็ง
4) ในการเก็บตัวอย่างทุกครั้งโปรดเขียน
ชื่อ-นามสกุลผู้ป่วย วันเดือนปี ที่เก็บพร้อมประวัติการเจ็บป่วย
- เอกสารอ้างอิง
1) กุลนารี
สิริสาลี และ สุดารัตน์ มโนเชี่ยวพินิจ การเจาะเลือด : ผลกระทบต่อคุณภาพงานบริการทางห้องปฏิบัติการชันสูตรโรค
พิมพ์ครั้งที่ 1 กรุงเทพ : เอช. ที. พี. เพรส., 2541
2) Billie
R.B, Francis F. Laboratory diagnosis of Chlamydia trachomatis
infections Atlanta, Center for Disease Control
1981
3) Richmond
SJ, Caul EO Fluorescent antibody studies in Chlamydial Infections.
J Clin Microbiol 1975; 1: 345.
4) Grayston
JT, Campbell LA, Kuo CC et al. A new respiratory
tract pathogen: Chlamydia pneumoniae strain TWAR.
J Infect Dis 1990; 161:618-25.
กลับไปด้านบน
การเก็บตัวอย่าง
Nasopharyngeal หรือ throat swab
เพื่อตรวจวินิจฉัยเชื้อ Chlamydophila (Chlamydia) pneumoniae
โดยวิธี PCR/PCR-RFLP |
1. ชื่อโรคหรือเชื้อที่ต้องการส่งตรวจ
เพื่อหาเชื้อ
Chlamydophila (Chlamydia) pneumoniae โดยวิธี PCR/PCR-RFLP
2. การเตรียมผู้ป่วยเพื่อเก็บตัวอย่าง
-
3. ชนิดตัวอย่างและปริมาณ
nasopharyngeal
หรือ throat swab จากผู้ป่วย ที่แพทย์วินิจฉัยเป็นปอดบวมหรือหลอดลมอักเสบ
4. ชนิดตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม
-
5. ข้อแนะนำวิธีการเก็บตัวอย่าง
1. เก็บตัวอย่าง จาก nasopharyngeal หรือ throat swab จากผู้ป่วย ที่แพทย์วินิจฉัยเป็นปอดบวมหรือหลอดลมอักเสบ
1.1
การเก็บ nasopharyngeal swab โดยจับศีรษะผู้ป่วยเอียงไปด้านหลังเล็กน้อย
ใช้ลวดอ่อนพันสำลีปราศจากเชื้อ สอดเข้ารูจมูกช้าๆ ให้แตะด้านหลังโพรงจมูก
หมุนไปมาสักครู่แล้วดึงออกช้าๆ และทำทั้ง 2 รูจมูก จุ่มใส่ลงในขวดที่มีน้ำยา
sucrose phosphate transport medium (2SP)
1.2
การเก็บ Throat swab โดยจับศีรษะผู้ป่วยเอียงไปด้านหลังเล็กน้อย ใช้ไม้
Swab ที่ปราศจากเชื้อป้ายจากคอบริเวณในสุดใกล้กับต่อมท่อนซิลทั้ง 2
ข้าง จุ่มใส่ลงใน ขวดที่มีน้ำยา sucrose phosphate transport medium
(2SP)
2. ในการเก็บตัวอย่างทุกครั้งโปรดเขียน ชื่อ นามสกุล อายุ ผู้ป่วย วัน
เดือน ปีที่เก็บพร้อมประวัติการเจ็บป่วย กรอกรายละเอียดลงในแบบฟอร์มส่งตัวอย่างตรวจวินิจฉัยโรคคลามัยเดีย
และนำส่งไปยังห้องปฏิบัติการพร้อมตัวอย่าง
3. ห้องปฏิบัติการนำตัวอย่างที่ได้เก็บที่ -20 °ซ หรือ ตู้เย็นที่ช่องแช่แข็ง
จนกว่าจะนำส่งสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
6. วิธีการส่งตัวอย่าง
1. การนำส่ง
โดยใส่ขวดตัวอย่างไว้ในกล่องโฟมที่มี Ice pack
2. นำส่งพร้อมแบบฟอร์มส่งตัวอย่างตรวจวินิจฉัยโรคคลามัยเดีย
กลับไปด้านบน
|
|
|
|