การเก็บและการส่งตัวอย่าง ตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อบักเตรี

การเก็บและการส่งตัวอย่างวินิจฉัยโรคติดเชื้อบักเตรีลำไส้
การเก็บและการส่งตัวอย่างวินิจฉัยโรคติดเชื้อบักเตรีทั่วไป
      - การเก็บตัวอย่างและส่งตัวอย่างวินิจฉัยโรคคอตีบ
      - การเก็บตัวอย่างและส่งตัวอย่างวินิจฉัยโรคไข้กาฬหลังแอ่น
      - การเก็บตัวอย่างและส่งตัวอย่างวินิจฉัยโรคลีเจียนแนร์
      - การเก็บตัวอย่างและส่งตัวอย่างวินิจฉัยโรคแอนแทรกซ
      - การเก็บและการส่งตรวจยืนยันเชื้อบักเตรีแกรมบวก
      - การเก็บและการส่งตรวจยืนยันเชื้อบักเตรีแกรมลบ
      - การส่งผลิตภัณฑ์ที่มีจุลินทรีย์เป็นองค์ประกอบเพื่อตรวจหาเชื้อก่อโรค
      - การเก็บและส่งตัวอย่างวินิจฉัยโรคเรื้อน
      - การเก็บและการส่งตัวอย่างตรวจชันสูตรโรคติดเชื้อบักเตรีไร้อากาศ





การเก็บและการส่งตัวอย่างวินิจฉัยติดเชื้อบักเตรีลำไส้

(1) การเก็บและการส่งตัวอย่างวินิจฉัยโรคติดเชื้อบักเตรีลำไส้จากตัวอย่างอุจจาระ
  1. ชื่อโรคหรือเชื้อที่ต้องการตรวจ

              1) โรคอุจจาระร่วงที่มีสาเหตุจากเชื้อ Vibrio cholerae ( V. cholerae O1, V. cholerae O139, V. cholerae nonO1/nonO139),   Non-Typhoidal Salmonella, Shigella, Yersinia enterocolitica,   Diarrheagenic E. coli, Compylobacter jejuni/coli, Vibrio spp., Aeromonas,   และ Plesiomonas,
              2) โรคอาหารเป็นพิษจาก Staphylococcus aureus, Bacillus cereus
              3) โรคไข้ทัยฟอยด์และไข้พาราทัยฟอยด์ที่เกิดจากเชื้อ Salmonella Typhi, Salmonella  Paratyphi A

  2. การเตรียมผู้ป่วยเพื่อเก็บตัวอย่าง

               1) ควรเก็บในช่วงระยะเวลาของการป่วย จะมีโอกาสพบเชื้อก่อโรคมากที่สุด ในระยะต้นๆของโรคจะมีโอกาสตรวจพบเชื้อได้มากที่สุด เช่นระยะ 3 วันแรกของอาการอุจจาระร่วง จำนวนเชื้อก่อโรคที่ออกมากับอุจจาระมีมากพอที่จะตรวจพบได้ง่าย หลังจากนี้ไปแล้วจะมีโอกาสพบเชื้อได้น้อยลงตามลำดับ ยกเว้นโรคไข้ทัยฟอยด์และไข้พาราทัยฟอยด์ การตรวจหาเชื้อจากอุจจาระควรเก็บในสัปดาห์ที่สองถึงสาม

              2) ควรเก็บสิ่งส่งตรวจก่อนผู้ป่วยจะได้รับยาปฏิชีวนะ เพราะยาปฏิชีวนะที่ได้รับเข้าไปจะทำให้โอกาสตรวจพบเชื้อน้อยลง

  3. ชนิดตัวอย่าง

              1. อุจจาระที่ถ่ายใหม่ ๆ จำนวนประมาณ 5 กรัม ใส่ขวดแห้งที่สะอาด
              2. Rectal swabs ที่เก็บในขวด/หลอด ที่มีอาหาร Cary-Blair มีฝาปิดสนิท
              3. Stool swabs ที่เก็บในขวด/หลอด ที่มีอาหาร Cary-Blair มีฝาปิดสนิท

  4. ชนิดตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม

              1) อุจจาระที่แห้งแข็งโอกาสที่เชื้อตายมีมาก ทำให้ตรวจไม่พบเชื้อ
              2) Rectal swabs ที่แห้ง อยู่เหนืออาหาร Cary-Blair
              3) Rectal swabs ที่ไม่มีอุจจาระปนเปื้อนหรือมีอุจจาระปนเปื้อนน้อย (เกือบไม่มี) โอกาส ทำให้ตรวจไม่พบเชื้อมีมาก  
              4) Rectal swabs ที่เก็บในขวด/หลอด ที่มีอาหาร Cary-Blair ที่ Cary-Blair แห้ง หรือเกือบไม่มี โอกาสที่เชื้อตายมีมากทำให้ตรวจไม่พบเชื้อมีมาก
              5) หลอดนำส่งตัวอย่างแตก มีราขึ้น หรือฉลากที่ติดข้างขวดระบุรายละเอียดของผู้ป่วยไม่ชัดเจน, ขาดหรือไม่มีฉลาก
              6) ตัวอย่างที่เก็บจากกระโถนหรือภาชนะใส่อุจจาระเพราะอาจจะปนเปื้อนจากอุจจาระของผู้อื่นที่ ใช้มาก่อนทำให้ได้ผลบวกลวง หรือเชื้อตายหมดเพราะน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ล้าง ทำให้ได้ผลลบลวงได้

  5. ข้อแนะนำวิธีการเก็บตัวอย่าง

              1) ขวดที่บรรจุอาหาร Cary-Blair อาจเก็บในตู้เย็น 4 °ซ เพื่อป้องกันการแห้งของอาหาร แต่ต้องนำมาวางไว้ให้หายเย็นก่อนใส่สิ่งส่งตรวจ

              2) วิธีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจ

                  1.1 ในกรณีที่สามารถส่งถึงห้องปฏิบัติการและเพาะเชื้อได้ภายใจ 2 ชั่วโมง ให้เก็บอุจจาระที่ถ่ายใหม่ๆ จำนวนประมาณ 5 กรัมใส่ในขวดที่แห้งสะอาด แล้วปิดขวดนำส่งห้องปฏิบัติการ

                  1.2 หากไม่สามารถส่งถึงห้องปฏิบัติการได้ภายใน 2 ชั่วโมงให้เก็บโดยวิธี Stool swabs หรือ Rectal swabs ซึ่งสามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้แล้วนำส่งห้องปฏิบัติการทันทีที่ทำได้

              3) การเก็บ Stool swabs โดยใช้ไม้พันสำสีที่ปราศจากเชื้อ ป้ายอุจจาระที่ถ่ายใหม่ ๆ ใส่ลงในขวดที่บรรจุอาหาร Cary-Blair ให้ลึกถึงก้นขวด โดยหักไม้ส่วนเกินปากขวดทิ้งแล้วปิดขวด ติดฉลาก ชื่อผู้ป่วย อายุ เพศ เชื้อที่ต้องการหา นำส่งห้องปฏิบัติการพร้อมใบนำส่ง

              4) การเก็บอุจจาระจากผู้ป่วยโดยการทำ Rectal swab เป็นวิธีที่เก็บง่ายเหมาะสม และสะดวก ไม้ swab ควรใช้สำลีที่มีคุณภาพดี และสามารถดูดซับอุจจาระได้ 0.1- 0.2 มิลลิลิตร ควรระวังไม่ให้มีการปนเปื้อนจากบริเวณฝีเย็บ การเก็บวิธีนี้เหมาะสมสำหรับเด็ก ผู้ที่พักฟื้นไม่มีอาการอุจจาระร่วงและผู้สัมผัส ในรายที่มีได้ถ่ายเป็นน้ำแล้ว ก่อนสอดไม้ swab ให้นำไม้ swab ปราศจากเชื้อจุ่มลงในอาหารถนอมเชื้อ Cary Blair และบิดให้หมาด เป็นการทำให้สำลีติดน้ำยาและอ่อนตัวทำให้สะดวกเวลาสอดเข้าไปในทวารหนัก มิฉะนั้นจะทำให้ผู้ป่วยเจ็บและไม่ยอมให้เก็บอีกต่อไป ควรสอดให้ลึกเข้าไปประมาณ 2-4 ซม. และหมุนเบาๆให้ swab ได้สัมผัสกับผนังของเยื่อบุทวารหนักให้มากที่สุด ควรมีอุจจาระติดอยู่ที่ไม้ swab (หากไม่มีสีอุจจาระติดอยู่ที่ไม้ swab ให้ทำซ้ำใหม)่ ใส่ไม้ swab ลงไปในอาหารในขวดจนเกือบถึงก้นขวดแล้วหักปลายไม้ ปิดฝาให้สนิท

              5) การส่งตรวจหาเชื้อโรคอุจจาระร่วงอย่างแรง (Vibrio cholerae   O1 & O139) ซึ่งจำเป็นต้องทราบผลรวดเร็วและถูกต้องเพื่อให้ดำเนินการสอบสวนโรคและควบคุมโรคได้ทันทีนั้น ถ้าสามารถส่งตัวอย่างได้ภายในเวลาไม่เกิน 6-8 ชั่วโมง เช่นผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่มีห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา แนะนำให้เก็บ Rectal swab ใส่ในขวดหรือหลอด alkaline peptone water เพราะเชื้อจะได้เพิ่มจำนวนถึงระดับที่จะเพาะเชื้อขึ้นได้ มิฉะนั้นทางห้องห้องปฏิบัติการอาจจะต้องนำ Rectal swab ไปใส่ในหลอด alkaline peptone water เพื่อเพิ่มจำนวนเชื้อก่อนเพาะเชื้อเป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง (สูตรอาหารและการเตรียมแสดงในภาคผนวก)

  6. การนำส่งตัวอย่าง

              การเก็บอุจจาระจากผู้ป่วยหรือผู้สัมผัส ควรรีบนำส่งห้องปฏิบัติการทันทีหลังจากเก็บ เพื่อจะได้รับผลการตรวจที่น่าเชื่อถือ การเก็บสิ่งส่งตรวจและตั้งทิ้งไว้ จะทำให้โอกาสตรวจพบเชื้อลดลง เนื่องจากอัตราการตายของเชื้อเพิ่มขึ้นและถูกบดบังจากเชื้อประจำถิ่นในลำไส้ หากไม่สามารถนำส่งห้องปฏิบัติการได้ทันทีหรือภายใน 2 ชั่วโมง หรือระยะทางในการส่งไกลมาก ควรเก็บอุจจาระโดยการทำ Rectal swab ใส่ใน transport medium ได้แก่ Cary-Blair ซึ่งประกอบด้วยสารอาหารและเกลือแร่เพื่อช่วยรักษาจุลชีพให้คงมีชีวิตอยู่ได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่จะไม่ทำให้จุลชีพเพิ่มจำนวนขึ้น ตัวอย่างที่ได้สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นาน 4 สัปดาห์ การนำส่งไม่ควรแช่เย็น

              ขวดตัวอย่างนำส่งควรติดฉลาก เขียนชื่อและอายุของผู้ป่วย วันที่เก็บตัวอย่าง พร้อมกับใบนำส่งตัวอย่างที่มี ข้อมูลประวัติและอาการของผู้ป่วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการวินิจฉัยเบื้องต้นของแพทย์ เพื่อเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจะได้ใช้เป็นข้อมูลประกอบในการเลือกใช้อาหารเลี้ยงเชื้อ และเทคนิคการเพาะเชื้อ เพื่อให้สามารถตรวจพบเชื้อสาเหตุที่สงสัยได้มากที่สุด

  7. เอกสารอ้างอิง

              1) Miller JM and Holmes HT. Specimen collection, transport, and storage In : Murray PR et al. eds. Manual of clinical microbiology. 6th ed. ASM Press Washington D.C. 1995 : 19-22.

              2) Sonnenwirth AC. Collection and culture of specimens and guides for bacterial identification. In : Sonnenwirth AC and Jarett L. eds. Gradwohl's clinical laboratory methods and diagnosis. Vol. 2, two 8th ed. The C. V. Mosby Company, USA, 1980: 1554-1560.

              3) World Health Organization. Guideline for cholera control. Revised 1993 : 50-55.

  8. ภาคผนวก :

              1) Cary-Blair transport medium : อาหารถนอมเชื้อเพื่อส่งตรวจหาเชื้อบักเตรีก่อโรค อุจจาระร่วงทางห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา

    Cary-Blair medium ประกอบด้วยส่วนประกอบต่างๆ ดังนี้
    Sodium thioglycolate 1.5 กรัม
    Disodium hydrogen phosphate (Na2HPO4) 1.1 กรัม
    Sodium chloride 5.0 กรัม
    Agar 5.0 กรัม
    Distilled water 991.0 มล.

    การเตรียม

              1. ต้มส่วนประกอบหรืออาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปชนิดผงในน้ำกลั่นจนละลายปล่อยทิ้งให้เย็น 50 °ซ เติม 1% CaCl2 (Calcium chloride) solution ซึ่งเตรียมใหม่ๆ จำนวน 9 มล. ปรับ pH ให้ได้ 8.4 ด้วย 1N, NaOH
              2. บรรจุ 7 มล. ลงในขวดฝาเกลียวขนาด 9 มล. ที่สะอาดปราศจากเชื้อ คลายฝาเกลียว (เพื่อไล่ฟองอากาศ)
              3. นำเข้าหม้ออบไอน้ำ 100 °ซ นาน 15 นาที นำออกจากหม้ออบทิ้งไว้ให้เย็น ปิดฝาเกลียวให้แน่น ติดฉลากและนำเก็บในตู้เย็น

              หมายเหตุ    อาหารถนอมเชื้อ (Cary Blair) ที่เตรียมแล้วเก็บได้นานกว่า 1 ปีจนกว่าจะมีการปนเปื้อน หรือปริมาตรลดลง ถ้าเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 4 °ซ และมืดจะเก็บไว้ใด้นาน ฉะนั้นควรสังเกต อาหารถนอมเชื้อ (Cary Blair) หากมีการเปลี่ยนสีจากเดิมที่มีสีขาวขุ่นหรือมีการปนเปื้อนของเชื้อ หรืออาหารถนอมเชื้อแห้งมีการหดตัวไม่ควรใช้

              2) Alkaline Peptone Water : อาหารถนอมเชื้อเพื่อส่งตรวจหาเชื้อโรคอุจจาระร่วงอย่างแรง (Vibrio cholerae  )

    Alkaline Peptone Water ประกอบด้วยส่วนประกอบต่างๆ ดังนี้
    Peptone 10 กรัม
    Sodium Chloride 10 กรัม
    Distilled water 1,000 มล.
    การเตรียม

              1. นำส่วนผสม 20 กรัม ใส่ในน้ำกลั่น 1,000 มิลลิลิตร ต้มให้ละลาย หรือใช้อาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปชนิดผง ปรับ pH ให้ได้ 8.5 ที่ 25 °ซ ด้วย NaOH เข้มข้น
              2. บรรจุ 5 - 10 มล. ลงในหลอดแก้วฝาเกลียว (ขนาด 15 X 130 มม.) ให้แน่นเพื่อป้องกันการ ลดลงของ pH
              3. ทำให้ปราศจากเชื้อในหม้อนึ่งความดัน 121 °ซ นาน 15 นาที นำออกจากหม้อนึ่งทิ้งไว้ให้เย็น เก็บในถุงพลาสติก และใส่ในตู้เย็นจนกว่าจะนำมาใช้

(2) การเก็บและการส่งตัวอย่างเชื้อบักเตรีลำไส้ตรวจยืนยันที่ห้องปฏิบัติการอ้างอิง

  1. ชื่อโรคหรือเชื้อที่ต้องการตรวจ

              1) เชื้อ Salmonella Typhi, Salmonella  Paratyphi A, Non-Typhoidal Salmonella, Shigella,   Diarrheagenic E. coli, Staphylococcus aureus, Aeromonas, Plesiomonas, Vibrio cholerae,   และเชื้อ Vibrio   อื่นๆ

              2) การตรวจยืนยันที่ห้องปฏิบัติการอ้างอิง ได้แก่ การตรวจยืนยันการวินิจฉัยเชื้อ การทำ Serotyping, Biotyping, Phage typing, และ Molecular typing

  2. การเตรียมผู้ป่วยเพื่อเก็บตัวอย่าง

              -

  3. ชนิดตัวอย่าง

              เชื้อที่แยกได้จากผู้ป่วยเช่น จากอุจจาระหรือเลือด

  4. ชนิดตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม

              หลอดนำส่งตัวอย่างแตก มีราขึ้น หรือฉลากที่ติดไว้ระบุรายละเอียดของผู้ป่วยไม่ชัดเจน

  5. ข้อแนะนำวิธีการเก็บตัวอย่าง

              1) ใช้ลวดแตะเชื้อที่บริสุทธิ์ใส่ (stab) 1-2 ครั้งลงไปในหลอดอาหารถนอมเชื้อ Nutrient agar pH 7.2-7.4 และควรปิดด้วยจุกยางที่ปราศจากเชื้อ เก็บที่อุณหภูมิห้องในที่มืด จะเก็บถนอมเชื้อได้ประมาณ 1 ปีหรือมากกว่า สูตรอาหารและการเตรียม (ปรากฏในภาคผนวก)

              2) หลอดนำส่งเชื้อควรติดฉลาก เขียนรหัสตัวอย่าง ชื่อและอายุของผู้ป่วย และชื่อเชื้อที่ต้องการตรวจยืนยัน

              3) Nutrient agar นี้ใช้สำหรับเชื้อ Salmonella, Shigella,   Diarrheagenic E. coli, Staphylococcus aureus, Aeromonas, Plesiomonas   และ Vibrio cholerae   ยกเว้นเชื้อ Halophilic Vibrios   เช่น Vibrio parahaemolyticus   และเชื้อ Vibrio   อื่นๆให้ใช้ Nutrient agar + 1% Sodium chloride (NaCl)

  6. วิธีการนำส่งตัวอย่าง

              การส่งเชื้อต้องมีใบนำส่งตัวอย่าง ที่มีรายละเอียด ข้อมูลประวัติผู้ป่วยเช่น ชื่อ เพศ อายุ แยกเชื้อได้จากแหล่งใด วันที่แยกเชื้อ สถานที่ส่ง อาการหรือการวินิจฉัยขั้นต้นของแพทย์ หรือต้องการตรวจยืนยันเชื้อชนิดใด

  7. เอกสารอ้างอิง

              1) Sonnenwirth AC. Bacteriological methods. In : Sonnenwirth AC and Jarett L. eds. Gradwohl's clinical laboratory methods and diagnosis. Vol. 2, 8th ed. The C. V. Mosby Company, USA, 1980: 1361-1362.

              2) McLaughlin JC. Vibrio.   In : Murray PR et al. eds. Manual of clinical microbiology. 6th ed. ASM Press Washington D.C. 1995 : 465-476.

  8. ภาคผนวก

              1) Nutrient Agar : อาหารถนอมเชื้อบักเตรีลำไส้สำหรับส่งตรวจยืนยัน
    Nutrient Agar ประกอบด้วยส่วนประกอบต่างๆ ดังนี้
    Beef Extract 3 กรัม
    Peptone 5 กรัม
    Agar 15 กรัม
    Distilled water 1,000 มล.


    การเตรียม


              1. นำส่วนผสม 23 กรัม ใส่ในน้ำกลั่น 1,000 มิลลิลิตร ต้มให้ละลาย หรือใช้อาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปชนิดผง (Nutrient Agar) ปรับ pH ให้ได้ 7.2 ± 2 ที่ 25 °ซ ด้วย 1 N, NaOH
              2. บรรจุ 4 มล. ลงในหลอดแก้วขนาด 13 X 100 มม. ปิดด้วยฝาพลาสติก
              3. ทำให้ปราศจากเชื้อในหม้อนึ่งความดัน 121° ซ นาน 15 นาที นำออกจากหม้อนึ่งทิ้งไว้ให้เย็น เก็บในถุงพลาสติกและใส่ในตู้เย็นจนกว่าจะนำมาใช้
              4. เมื่อนำมาใส่เชื้อให้ปิดด้วยจุกยางที่ปราศจากเชื้อเพื่อป้องกันอาหารถนอมเชื้อแห้งมีการหดตัว

    หมายเหตุ


              สูตรนี้ใช้สำหรับเชื้อ Salmonella, Shigella,   Diarrheagenic E. coli, Staphylococcus aureus, Aeromonas, Plesiomonas   และ Vibrio cholerae   ยกเว้นเชื้อ Halophilic Vibrios   เช่น Vibrio parahaemolyticus   และเชื้อ Vibrio   spp. อื่นๆ ให้เติมเกลือ Sodium chloride (NaCl) ให้ได้ความเข้มข้น 1 %

กลับไปด้านบน


การเก็บและการส่งตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อบักเตรีทั่วไป

การเก็บและการส่งตัวอย่างตรวจชันสูตรโรคไอกรน (Pertussis)
  1. ชื่อโรคหรือเชื้อที่ต้องการตรวจ

              โรคไอกรน (Pertussis) มีสาเหตุจากแบคทีเรีย Bordetella pertussis

  2. การเตรียมผู้ป่วยเพื่อเก็บตัวอย่าง

              เป็นโรคติดต่อควรแยกผู้ป่วยและเมื่อผู้ป่วยไอควรมีผ้าปิดทุกครั้ง เก็บตัวอย่างก่อนได้รับยาปฏิชีวนะ

  3. ชนิดตัวอย่าง

    3.1 กรณีตรวจวินิจฉัย
              1) Nasopharyngeal Swab เก็บจากรูจมูกทั้ง 2 ข้าง
              2) Aspiration of bronchial secretion

    3.2 กรณีตรวจยืนยัน

              ส่งเชื้อบริสุทธิ์บนอาหารเลี้ยงเชื้อ bordet gangou plate หรือ charcoal agar plate

  4. ชนิดตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม

              1) ตัวอย่างมีเชื้อราขึ้นปนเปื้อนหรือเก็บมานานหรือมากกว่า 48 ชม.
              2) ภาชนะเก็บตัวอย่างแตก หรือ ฉลากที่ติดไว้ระบุรายละเอียดของผู้ป่วยไม่ชัดเจน

  5. ข้อแนะนำวิธีการเก็บตัวอย่าง

              1) ผู้เก็บควรสวม Mask ขณะเก็บตัวอย่าง
              2) เก็บตัวอย่างในระยะ Catarrhal phase (ผู้ป่วยมีอาการคล้ายไข้หวัด มีน้ำมูกมาก) จะพบเชื้อมากที่สุด
              3) swab ที่ใช้ให้ต้มในสารละลายบัฟเฟอร์ pH 7.0 นาน 30 นาที หรือใช้ calcium alginate swab
              4) Nasopharyngeal swab ใช้ swab ที่ทำด้วย flexible wire (ลวดไม้ไหว) ผ่านเข้าไปในรูจมูกช้าๆให้แตะผนังในสุด หมุนลวด 5 วินาที กระตุ้นให้คนไข้ไอ แล้วจึงค่อยๆเลื่อน swab ออกมา (ดังในรูปที่ 10)
              5) Bronchial aspiration ควรให้แพทย์เป็นผู้เก็บ

  6. วิธีการนำส่งตัวอย่าง : Nasopharyngeal swab

              1) ภายใน 2 ชม. เก็บใส่ 1% Casamino acid (fatty acid-free solution)
              2) ภายใน 24 ชม. เก็บใส่ Amies transport medium with charcoal
              3) มากกว่า 24 ชม. เก็บใส่ Regan-Lowe transport medium (oxoid M119, Columbia media) supplemented ด้วย 10% defibrinated horse blood และ cephalexin 40 มก./ลิตร
              4) รีบนำส่งTransport media มาห้องปฏิบัติการในขณะนำส่งไม่ต้องแช่เย็น เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง
              5) ติดฉลากระบุ ชื่อผู้ป่วย อายุ เพศ ที่อยู่ เป็นผู้ป่วยหรือ ผู้สัมผัส ชนิดตัวอย่าง วันที่เก็บตัวอย่าง และ ประวัติการรับวัคซีน

  7. เอกสารอ้างอิง

              1) Jorg E.Hoppe. Bordetella In Manaul of Clinical Microbiology 7th ed. ASM press, Washington D.C. 1999 : 614 - 624.

กลับไปด้านบน



การเก็บตัวอย่างและส่งตรวจชันสูตรโรคคอตีบ (Diphtheria)
  1. ชื่อโรคหรือเชื้อที่ต้องการตรวจ
              โรคคอตีบ (Diphtheria) มีสาเหตุจากแบคทีเรีย Corynebacterium diphtheriae

  2. การเตรียมผู้ป่วยเพื่อเก็บตัวอย่าง
              เป็นโรคติดต่อควรแยกผู้ป่วยและเมื่อผู้ป่วยไอควรมีผ้าปิดทุกครั้ง เก็บตัวอย่างก่อนได้รับยาปฏิชีวนะ

  3. ชนิดตัวอย่าง

    3.1 กรณีตรวจวินิจฉัย
              1) Throat swab
              2) Nasopharyngeal swab เก็บจากรูจมูก ทั้ง 2 ข้าง ( เฉพาะกรณีที่เป็น nasal diphtheria )

    3.2 กรณีตรวจยืนยัน
              ส่งเชื้อบริสุทธิ์ ในอาหาร nutrient agar tube หรือ dorset egg slant tube

  4. ชนิดตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม

              1) ไม่ใช่ตัวอย่างชนิดที่กำหนดไว้หรือเก็บไม่ถูกวิธี
              2) ตัวอย่างที่เก็บไว้นานเกิน 72 ชม.
              3) ภาชนะเก็บตัวอย่างแตก หรือ ฉลากที่ติดไว้ระบุรายละเอียดของผู้ป่วยไม่ชัดเจน
              4) ข้อมูลของผู้ป่วยไม่ครบถ้วน

  5. ข้อแนะนำวิธีการเก็บตัวอย่างวินิจฉัย

              1) เก็บควรสวม Mask ขณะเก็บตัวอย่าง
              2) ทำThroat swab ในรายที่ตรวจวินิจฉัยขั้นต้นพบแผ่นเยื่อขาวบริเวณลิ้นไก่และเพดานอ่อนใช้ไม้กดลิ้นและส่องดูบริเวณที่มีแผ่นเยื่อสีเทาในลำคอด้วยไฟฉาย ใช้ swab ถูและหมุนลงบนแผ่นเยื่อ ระวังอย่าให้swab สัมผัสบริเวณกระพุ้งแก้มและลิ้น หรือสัมผัสน้ำลาย
              3) Nasopharyngeal swab ใช้ flexible calcium alginate swab ผ่านเข้าไปในรูจมูกช้าๆให้แตะผนังในสุด หมุนลวด 5 วินาที กระตุ้นให้คนไข้ไอ แล้วจึงค่อยๆเลื่อน swab ออกมา

  6. วิธีการนำส่งตัวอย่างวินิจฉัย

              1) ส่งภายใน 2 ชม.ให้ใส่ swab ในหลอดไร้เชื้อ ไม่ต้องแช่เย็นหรือใส่ preservative
              2) ส่งภายใน 24 ชม.ให้ใส่ swab ใน silica gel transport medium หรือ Amies transport medium ไม่ต้องแช่เย็นหรือใส่ preservative
              3) ส่งนานกว่า 24 ชม.แต่ไม่เกิน 72 ชม. ใส่ swab ใน silica gel transport medium (หลอดที่ปราศจากเชื้อใส่ silica gel ที่ไม่เปลี่ยนสี)
              4) กรณี swab จากผู้สัมผัสให้ใส่ swab ใน liquid enrichment medium สำหรับตรวจหา C.diphtheriae   ซึ่งมี tellurite และ fosfomycin กับ nystatin ผสมอยู่เพื่อยับยั้งจุลินทรีย์อื่น และนำส่ง ที่ 4 °ซ
              5) ควรระบุชื่อผู้ป่วย อายุ เพศ ประวัติคนไข้ (ภูมิลำเนา) ชนิดของตัวอย่าง และประวัติการรับวัคซีน
              6) ระบุว่าเป็นผู้ป่วยหรือผู้สัมผัส และวัน เวลาที่ทำการเก็บตัวอย่างจากคนไข้

  7. เอกสารอ้างอิง

              1) เอกสารหมายเลข 1 จากการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจควบคุมป้องกันโรคติดต่อครั้งที่ 1/2539 เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2539 ณ ห้องประชุมกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี
              2) Efstration A.,P.A.C. Maple 1994 Manual for the Laboratory Diagnosis of Diphtheria World Health Organization, Copenhagen.
              3) Cheesbrough, M. Medical Laboratory Manual for Tropical Countries Vol II Microbiology, Tropical Health Technology, Butterworths. 1984.
              4) Guido Funke and Kathryn A.Bernard. Coryneform Gram-Positive Rods. Manual of Clinical Microbiology 7 th ed. ASM Press, Washington D.C. 1999 : 319-345.

กลับไปด้านบน


การเก็บตัวอย่างและส่งตรวจชันสูตรโรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningitis)

  1. ชื่อโรคหรือเชื้อที่ต้องการตรวจ
              โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningitis) มีสาเหตุจากแบคทีเรีย Neisseria meningitidis

  2. การเตรียมผู้ป่วยเพื่อเก็บตัวอย่าง
              เป็นโรคติดต่อควรแยกผู้ป่วยและเก็บตัวอย่าง ก่อนได้รับยาปฏิชีวนะ

  3. ชนิดตัวอย่าง

    3.1 กรณีตรวจวินิจฉัย
              1) ผู้ป่วยมีอาการของเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ให้เก็บตัวอย่าง น้ำไขสันหลัง (CSF) ปริมาตรมากกว่า 1 มล. หรือ เลือด 5 - 10 มล. หรือ น้ำและผิวหนังที่ผื่นเลือด หรือ Nasopharyngeal swab จากรูจมูกทั้ง 2 ข้าง
              2) ผู้ป่วยมีอาการของข้ออักเสบ (Arthritis) ให้เก็บน้ำเจาะข้อ
              3) ผู้ป่วยมีอาการของเยื่อบุตาขาวอักเสบ ให้เก็บ conjunctival swab จากตาทั้ง 2 ข้าง
              4) ผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็น Meningococcol Septicemia ให้เก็บเลือด 5 - 10 มล.

    3.2 กรณีตรวจยืนยัน
    ส่งเชื้อบริสุทธิ์ในอาหาร blood agar slant tube หรือ chocolate agar slant tube หรือ dorset egg slant tube

  4. ชนิดตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม

              1) ตัวอย่างสิ่งส่งตรวจที่แช่เย็นมาหรืออยู่ในสภาพแห้ง
              2) ภาชนะเก็บตัวอย่างแตก หรือ ฉลากที่ติดไว้ระบุรายละเอียดของผู้ป่วยไม่ชัดเจน

  5. ข้อแนะนำวิธีการเก็บตัวอย่าง

              1) CSF และ น้ำเจาะข้อ ต้องเก็บโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
              2) เลือดที่เจาะได้ให้ดูดใส่ 40 มล. Brain heart infusion หรือ tryptic soy broth โดยใส่สาร anticoagulant ชนิดที่ไม่ใช่ sodium polyanethol sulfonate
              3) น้ำและผิวหนังที่ผื่นเลือด ทำความสะอาดผิว ใช้เข็มฉีดน้ำเกลือเข้าใต้ผื่นแล้วดูดออกเสียบปลอกเข็มไว้ ใช้มีดสะอาดขูดผิวเก็บใส่ขวดโดยหยดน้ำเกลือเล็กน้อย
              4) Nasopharyngeal swab ใช้ calcium alginate swab ที่ทำด้วย flexible wire (ลวดไม้ไหว) ผ่านเข้าไปในรูจมูกช้าๆให้แตะ ผนังในสุด หมุนลวด 5 วินาที กระตุ้นให้คนไข้ไอ แล้วจึงค่อยๆเลื่อน swab ออกมา
              5) conjunctival swab ใช้ swab จุ่มน้ำเกลือป้ายบริเวณตาขาวโดยหมุนไปรอบๆแล้วป้ายลง Chocolate agar ก่อนป้ายลงบนสไลด์ ทำเช่นเดียวกันกับตาอีกข้าง

  6. วิธีการนำส่งตัวอย่าง

              1) CSF น้ำเจาะข้อ และเลือดให้นำส่งทันที หรือส่งภายใน 24 ชม. ใน candle jar ที่อุณหภูมิห้อง
              2) น้ำและผิวหนังที่ผื่นเลือด นำส่งเข็มที่เจาะตัวอย่างไว้และตัวอย่างผิวหนังทันทีหรือป้ายลงบน Chocolate agar ส่งภายใน 24 ชม. ใน candle jar ที่อุณหภูมิห้อง
              3) Nasopharyngeal และ conjunctival swab ป้ายลงบน Chocolate agar ส่งทันที หรือภายใน 24 ชม. ให้บ่มในcandle jar ที่อุณหภูมิห้อง หรือตัดปลายลวดจุ่มลงในอาหาร Amies transport ส่งภายใน 2 ชม. และ ไม่ควรเกิน 48 ชม.
              4) ตัวอย่างทุกชนิดห้ามเก็บแช่เย็นและต้องไม่ปล่อยไว้ให้แห้ง

              5) ติดฉลากระบุ ชื่อผู้ป่วย อายุ เพศ เป็นผู้ป่วยหรือ ผู้สัมผัส ชนิดตัวอย่าง และวันที่เก็บตัวอย่าง

  7. เอกสารอ้างอิง

              1) Morello JA, WM Janda and GV Doern , Neisseria and Branhamella, In Balows A, WJ Hausler Jr., KL Herrmann, HD Isenberg and HJ Shadomy (ed.) Manual of Clinical Microbiology, 5th ed. ASM Press, Washington DC. 1991 : 258 -276.

              2) Joan S. Knapp and Emily H.Koumans. Neisseria and Branhamella, In Murray, PR, EJ Baron, MA Pealler, FC Tenover, and RH Yolken (ed.) Manual of Clinical Microbiology, 7th ed. ASM Press, Washington DC. 1999 : 586-603.


แผนภูมิที่ 3-1 ตัวอย่างที่เก็บส่งตรวจชันสูตรเชื้อไนซีเรีย เมนนิงจัยติดิส

กลับไปด้านบน


การเก็บตัวอย่างส่งตรวจวินิจฉัยโรคลีเจียนแนร์/ไข้ปอนติแอก
(Legionnaires' disease and Pontiac fever) และวิเคราะห์เชื้อ Legionella  species

  1. วัตถุประสงค์ของการตรวจ
            เพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคลีเจียนแนร์และไข้ปอนติแอก (Legionnaires' disease and Pontiac fever) / วิเคราะห์ตัวอย่างน้ำที่ต้องารตรวจหาแบคทีเรีย Legionella species / ตรวจยืนยันแบคทีเรีย Legionella  species

  2. ชนิดตัวอย่าง

    2.1 ตรวจวินิจฉัยผู้ป่วย / วิเคราะห์น้ำในสิ่งแวดล้อม

              1. น้ำล้างหลอดคอ น้ำล้างหลอดลม และน้ำล้างถุงลม เก็บของเหลวมากกว่า 1 มล.
              2. เสมหะ ที่ได้จากส่วนลึกของปอดปริมาณ 2-5 มล.
              3. ปัสสาวะปริมาตร 5-10 มล.
              4. ชิ้นเนื้อ (lung biopsy, spleen, liver, kidney autopsy) เก็บให้ได้ 1-5 กรัม
              5. เลือด ปริมาตรไม่น้อยกว่า 5 มล. สำหรับผู้ใหญ่ และ 1- 2 มล. สำหรับเด็ก
              6. น้ำ cooling tower ฝักบัว ก๊อกน้ำ แหล่งกักเก็บน้ำ ปริมาณน้ำตัวอย่างละไม่น้อยกว่า 200 - 1,000 มล.

    2.2 ตรวจยืนยัน
               เชื้อบริสุทธิ์

  3. ข้อแนะนำวิธีการเก็บตัวอย่าง

    3.1 คำแนะนำในการเก็บตัวอย่าง

    3.1.1 ตัวอย่างผู้ป่วย
     
             1. น้ำล้างหลอดคอ น้ำล้างหลอดลม และน้ำล้างถุงลม ดูดของเหลวส่วนแรกทิ้งไปให้เก็บส่วนที่ 2 ลงในภาชนะปราศจากเชื้อ เก็บของเหลวมากกว่า 1 มล. ควรเก็บโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ
              2. เสมหะ ให้ผู้ป่วยบ้วนหรือกลั้วคอน้ำสะอาด และให้ไอลึกๆ เพื่อให้เสมหะออกจากปอดปริมาณ 2 - 5 มล. ใส่ลงในภาชนะปากกว้างมีฝาปิดที่ปราศจากเชื้อ
              3. ปัสสาวะเก็บช่วง midstream ในผู้ป่วยที่แสดงอาการแล้ว 3 วัน และเก็บอย่างน้อยวันละครั้งปริมาตร 5 - 10 มล. ติดต่อกัน 3 วัน ใส่ลงในภาชนะปากกว้างมีฝาปิดที่ปราศจากเชื้อ
              4. ชิ้นเนื้อ ควรเก็บโดยแพทย์ปริมาตร 1 - 5 กรัม
              5. เลือด ใช้วิธีปราศจากเชื้อเก็บเลือดใส่ลงในขวดที่ใส่สารกันการแข็งตัวดูปริมาตรใน ข้อ 2.1


    3.1.2 ตัวอย่างน้ำ/เชื้อบริสุทธิ์

              1) แหล่งน้ำที่มีท่อเปิดให้เก็บตัวอย่างก่อนการเปิดใช้น้ำประจำวัน และให้เก็บหรือขูดตะกอน (ถ้ามี) ผสมลงในตัวอย่างน้ำด้วยเก็บลงในขวดที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้ว
              2) น้ำ cooling tower ควรเก็บน้ำ 3 จุด ได้แก่ น้ำจากถาดรองน้ำ น้ำที่ไหลเข้าถังเพื่อรักษาระดับน้ำ และน้ำจากท่อเปิดน้ำทิ้ง เก็บลงในขวดที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้ว
              3) แหล่งน้ำอื่นนอกเหนือจาก cooling tower ให้เก็บน้ำอย่างน้อย 500 - 1,000 มล. ลงในขวดที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้ว
              4) ฝักบัว ก๊อกน้ำ ใช้ไม้ swab ป้ายบริเวณหัวฝักบัว หัวก๊อกหรือภายในถ้าถอดหัวก๊อกออกได้ เปิดน้ำจากฝักบัวหรือก๊อกที่เก็บตัวอย่างใส่ลงในหลอดแก้วที่นึ่งฆ่าเชื้อมีฝาเกลียว 1.0 มล. แล้วจุ่ม swab ตามลงไป และควรเก็บตัวอย่างน้ำปริมาณ 500 มล. หลังป้าย swab ลงในขวดที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้ว
              5) เชื้อบริสุทธิ์เพาะบนอาหารเลี้ยงเชื้อสำหรับ Legionella  species อายุไม่เกิน 5 วัน

    3.2 การเตรียมตัวผู้ป่วยเพื่อเก็บตัวอย่าง
              เก็บตัวอย่างจากผู้ป่วยก่อนได้รับยาปฏิชีวนะยกเว้นผู้ป่วยที่ได้รับยา Penicillin หรือ กลุ่มยาเดียวกัน และยาในกลุ่ม Cephalosporins

    3.3 ชนิดตัวอย่างที่ไม่เหมาะสมในการส่งตรวจ
              1) ภาชนะเก็บตัวอย่างแตกรั่วหรือไม่ติดฉลากระบุรายละเอียดที่กำหนด
              2) ตัวอย่างจากผู้ป่วยที่แห้งหรือแช่น้ำเกลือ หรือเก็บไว้นานเกิน 1สัปดาห์โดยไม่แช่เย็นหากเก็บที่ 4 °ซ จะพิจารณาตามสภาพตัวอย่าง
              3) ตัวอย่างน้ำ cooling tower ที่เก็บน้อยกว่า 200 มล. หรือตัวอย่างน้ำอื่นๆ ที่เก็บน้อยกว่า 500 มล. หรือน้ำแช่แข็ง หรือเก็บไว้นานเกิน 3 วัน และไม่แช่เย็น
              4) ตัวอย่างน้ำที่ไม่ติดฉลากระบุ ชื่อสถานที่ที่ตั้งแหล่งน้ำ ประเภทของแหล่งน้ำที่เก็บ จุดที่เก็บน้ำ และวันที่เก็บตัวอย่าง
              5) ตัวอย่างเชื้อบริสุทธิ์ที่มีอายุมากกว่า 1 สัปดาห์

  4. วิธีการนำส่งตัวอย่าง

      
            1. ตัวอย่างจากผู้ป่วยทุกชนิด ยกเว้นเลือด ให้ส่งภายใน 2 ช.ม. ที่ 20 °ซ หรือภายใน 24 ช.ม. ที่ 4 °ซ ถ้าต้องเก็บไว้ 3 - 4 วันให้เก็บที่ -20 °ซ ติดฉลากระบุ ชื่อผู้ป่วย ชนิดตัวอย่าง สถานที่นำส่งและวันที่เก็บตัวอย่าง
              2. เลือด ให้ส่งภายใน 2 ช.ม. ที่ 20 °ซ ถ้าต้องเก็บให้เก็บที่ 20 °ซ และไม่ควรส่งช้ากว่า 24 ช.ม. ติดฉลากระบุ ชื่อผู้ป่วย ชนิดตัวอย่าง สถานที่นำส่งและวันที่เก็บตัวอย่าง
              3. ตัวอย่างน้ำทุกชนิดให้นำส่งภายใน 24 ช.ม. ในกล่องโฟมมีน้ำแข็ง ถ้านานกว่านี้ให้เก็บที่ 6 - 18 °ซ และไม่ควรส่งช้ากว่า 3 วัน ติดฉลากระบุ ชื่อสถานที่ที่ตั้งแหล่งน้ำ ประเภทของแหล่งน้ำที่เก็บผู้ดำเนินการเก็บ วันที่เก็บตัวอย่างและเชื้อที่ต้องการให้ตรวจ
              4. เชื้อบริสุทธิ์นำส่งที่อุณหภูมิห้อง (25 °ซ) ถ้าต้องเก็บเพื่อรอส่งให้เก็บที่ 4°ซ ติดฉลากระบุวันที่เพาะเชื้อ และหมายเลขเชื้อ

  5. เอกสารอ้างอิง

     
             1. Washington C and JR Winn, Legionella, In Murray, PR, EJ Baron, MA Pealler, FC Tenover, and RH Yolken (ed.) Manual of Clinical Microbiology, 6 th ed. ASM Press, Washington DC. 1995:533-544.
              2. Dournon E., Isolation of Legionellae from Clinical specimens,. In Harrison TG and AG Taylor (ed.) A Laboratory Manual for Legionella. John Wiley ans Sons Ltd., London. 1988 : 13-30
              3. Center for Disease Control and Prevention, Procedures for Recovery of Legionella from the Enviroment. Center for Diseases Control and Prevention, U.S. Department of Health and Human Services, Atlanta. 1992.

    แผนภูมิที่ 3 -2 ตัวอย่างที่ควรเก็บส่งตรวจวินิจฉัยเชื้อ Legionella  spicies

 

กลับไปด้านบน


การเก็บตัวอย่างและส่งตรวจชันสูตรโรคแอนแทรกซ์ (Anthrax)
  1. ชื่อโรคหรือเชื้อที่ต้องการตรวจ

          
        โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) มีสาเหตุจากแบคทีเรีย Bacillus anthracis

  2. การเตรียมผู้ป่วยเพื่อเก็บตัวอย่าง

              เป็นโรคติดต่อควรแยกผู้ป่วยและเก็บตัวอย่าง ก่อนได้รับยาปฏิชีวนะ

  3. ชนิดตัวอย่าง

              1) ของเหลวจากแผลจากผู้ป่วย Cutaneous anthrax
              2) อุจจาระ และ เลือดของผู้ป่วย Intestinal anthrax กรณีผู้ป่วยเสียชีวิตให้เก็บ peritoneal fluid หรือ spleen หรือ mesenteric lymph nodes
              3) เสมหะ CSF และเลือด ของผู้ป่วย Pulmonary anthrax กรณีผู้ป่วยเสียชีวิตให้เก็บ peritoneal fluid หรือ spleen หรือ mesenteric lymph nodes

  4. ชนิดตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม

              1) ภาชนะเก็บตัวอย่างแตก หรือ ฉลากที่ติดไว้ระบุรายละเอียดของผู้ป่วยไม่ชัดเจน
              2) ข้อมูลของผู้ป่วยไม่ครบถ้วน

  5. ข้อแนะนำวิธีการเก็บตัวอย่าง

              1) ผู้เก็บควรใส่ถุงมือ สวมเสื้อกาวน์ และ Mask
              2) ของเหลวจากแผลจากผู้ป่วย Cutaneous anthrax ให้เก็บระยะที่แผลเป็นตุ่มพองใช้ swab 2 อัน ซับของเหลวจากแผล อันแรกป้ายบนสไลด์ ปล่อยให้แห้ง fix ด้วยความร้อน swab อันที่ 2 ป้ายลงบนอาหารเลี้ยงเชื้อทันที ถ้าแผลตกสะเก็ดให้ใช้คีมคีบแกะสะเก็ด และซับด้วย swab 2 อันทำวิธีเดียวกันกับข้างต้น ดังแสดงในแผนภูมิที่ 3-3
              3) อุจจาระให้เก็บในขวดปราศจากเชื้อ
              4) CSF ชิ้นเนื้อ และอวัยวะ ควรเก็บโดยแพทย์
              5) เลือด เจาะโดยวิธีปราศจากเชื้อเพื่อส่งตรวจ haemoculture และเพาะลง blood agar โดยตรง สามารถเก็บได้จาก ผู้ป่วยเสียชีวิตได้เนื่องจากเลือดจะไม่แข็งตัว
              6) เสมหะให้ผู้ป่วยบ้วนหรือกลั้วคอด้วยน้ำสะอาด และให้ไอลึกๆเพื่อให้เสมหะออกจากปอด ใส่ลงในภาชนะปากกว้างมีฝาปิด

  6. วิธีการนำส่งตัวอย่าง

              1) ของเหลวจากแผล ป้ายลงบน blood agar หรือ nutrient agar หรือ tryptic soy agar ถ้าไม่มีอาหารเลี้ยงเชื้อดังกล่าว ให้จุ่ม swab ลงใน stuart transport medium นำส่งทันทีที่ 4 °ซ พร้อมสไลด์ที่ป้ายไว้
              2) เสมหะและ อุจจาระ ให้เก็บในภาชนะที่ปราศจากเชื้อมีฝาปิด นำส่งทันทีที่ 4 °ซ
              3) CSF และ ชิ้นเนื้อ ให้เก็บในภาชนะที่ปราศจากเชื้อมีฝาปิด นำส่งทันทีที่อุณหภูมิห้อง
              4) เลือด ที่ป้ายลงบน Blood agar หรือ nutrient agar หรือ tryptic soy agar นำส่งทันทีที่อุณหภูมิห้องพร้อมสไลด์ที่ป้ายไว้ กรณี haemoculture ให้นำส่งทันทีที่ 4 °ซ

  7. เอกสารอ้างอิง

              1) Baron EJ and SM Finegold. Aerobic or facultative spore-forming rods (Bacillus species), In EJ Baron and SM Finegold (ed.), Bailey & Scott's diagnostic microbiology. Mosby, St. Louis. 1990 : 451-456.

              2) Turnbull, PCB and LM Kramer, Bacillus, In Murray, PR, EJ Baron, MA Pealler, FC Tenover, and RH Yolken (ed.) Manual of Clinical Microbiology, 6th ed. ASM Press, Washington DC. 1995 : 349-356.

              3) Turnbull, PCB, R Bohm, HGB Chizukuya, T Fujikura, ME Hugh-Jones and J Melling. Guidelines for the Surveillance and Control of Anthrax in Humans and Animals WHO/Zoon./93.170. World Health Oranization, Geneva. 1993.

แผนภูมิที่ 3-3 การจัดการตัวอย่างเพื่อพิสูจน์เชื้อ Bacillus anthracis
จากผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็น Cutaneous anthrax


กลับไปด้านบน


การเก็บและการส่งตรวจยืนยันเชื้อบักเตรีแกรมบวก
  1. ชื่อโรคหรือเชื้อที่ต้องการตรวจ

             
     เชื้อบักเตรีกลุ่ม Streptococcus   กลุ่ม Corynebacterium
              กลุ่ม Staphylococcus  กลุ่ม Bacillus

  2. การเตรียมผู้ป่วยเพื่อเก็บตัวอย่าง

              -

  3. ชนิดตัวอย่าง

        
          pure culture

  4. ชนิดตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม

           
       1) มีเชื้ออื่นปนเปื้อน หรือเก็บเชื้อไม่ถูกต้อง
              2) ข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ได้ระบุละเอียด
              3) ภาชนะที่ใส่ตัวอย่างแตก หรือวิธีนำส่งไม่ถูกต้อง

  5. ข้อแนะนำวิธีการเก็บเชื้อ

               1) กลุ่ม Streptococcus  และ กลุ่ม Corynebacterium  เตรียมเชื้อให้ได้ pure culture อายุประมาณ 18 - 24 ชม. เขี่ยใส่ blood ager slant บ่มที่ 37 °ซ 18 - 24 ชม. เชื้อ Streptococcus pyogenes  อาจใช้วิธีอื่นคือ ใช้ swab กวาดเชื้อใส่ลงในหลอดจุกเกลียวที่บรรจุ silica gel crystals ( อบใน hot-air oven 160o ซ 2 ชม. หรือ 170o ซ 1 ชม.) สูงเท่าปลายสำลีวางทับด้วยกระดาษกรองที่ปราศจากเชื้อ หรือ เขี่ยเชื้อใส่ กระดาษกรอง (dry filter paper) ขนาด 1x4 ซม. ที่ปราศจากเชื้อ (อบเหมือน silica gel) ห่อด้วยอลูมินั่มฟอล์ย ส่วนเชื้อ S.pneumoniae  เขี่ยบน chocholate agar slant หรือ dorset egg slant บ่มที่ 37 °ซ ใน candle jar 18 - 24 ชม.

              2) กลุ่มStaphylococcus  และกลุ่ม Bacillus   เตรียมเชื้อให้ได้ pure culture อายุประมาณ 18 - 24 ชม. เขี่ยใส่ nutrient agar slant หรือ tryptic soy agar slant บ่มที่ 37 °ซ 18 - 24 ชม.

  6. วิธีการนำส่งเชื้อ

              1) ควรรีบนำส่งโดยเร็วที่สุด กรณี silica gel และ dry filter paper ไม่ต้องนำไปบ่มที่ 37 °ซ ก่อนส่ง (ถ้าเป็นวันหยุดส่งไม่ทันให้วางไว้ที่อุณหภูมิห้อง แต่ห้ามเกิน 24 ชม.)
              2) อุณหภูมิในขณะนำส่งคืออุณหภูมิห้องไม่ต้องแช่เย็น
              3) ควรระบุ ชื่อผู้ป่วย อายุ เพศ ตำแหน่ง หรือประเภทตัวอย่าง ที่แยกเชื้อนี้ได้ ผลการย้อมแกรม กลุ่มเชื้อ และผลการทดสอบทางเคมีเบื้องต้น
              4) หลอดที่นำส่งควรพันรอบ ด้วยกระดาษ บรรจุในถุงพลาสติก และใส่กล่องบรรจุกันแตก

  7. เอกสารอ้างอิง

              1) Kathryn L. Ruoff, R.A. Whiley and D.Beighton. Streptococcus : Manual of Clinical Microbiology 7th ed. ASM Press, Washington D.C. 1999 : 283 - 296.

              2) Guido Funke and Kathryn A.Bernard. Coryneform Gram- Positive Rods : Manual of Clinical Microbiology 7th ed. ASM Press, Washington D.C. 1999 : 319-345.

              3) Niall A. Logan and Peter C.B. Turnbull. Bacillus and Recently Derived Genera Manual of Clinical Microbiology 7th ed. ASM Press, Washington D.C. 1999:357-369.

กลับไปด้านบน


การเก็บและการส่งตรวจยืนยันเชื้อบักเตรีแกรมลบ


1. ชื่อโรคหรือเชื้อที่ต้องการตรวจ
        1) กลุ่ม Fermentative gram negative bacteria (รวม Enterobacteriaceae ที่ไม่ใช่ enteropathogen)
        2) กลุ่ม Fastidious gram negative bacteria
        3) กลุ่ม Nonfermentative gram negative bacteria

2. การเตรียมผู้ป่วยเพื่อเก็บตัวอย่าง
        -

3. ชนิดตัวอย่าง
        pure culture

4. ชนิดตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม
        1) มีเชื้ออื่นปนเปื้อน หรือเก็บเชื้อไม่ถูกต้อง
        2) ข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ได้ระบุรายละเอียด
        3) ภาชนะที่ใส่ตัวอย่างแตก หรือวิธีนำส่งไม่ถูกต้อง
        4) ไม่ได้บอกชนิดเชื้อจากการวินิจฉัยเบื้องต้น

5. ข้อแนะนำวิธีการเก็บเชื้อ

        1) กลุ่ม Fermentative gram negative bacteria ได้แก่ Enterbacteriaceae และกลุ่ม Nonfermentative gram negative bacteria ควรเตรียมเชื้อให้ได้ pure culture อายุประมาณ 18-24 ช.ม. เขี่ยใส่ nutrient agar ในหลอด หรือขวดบ่มที่ 37 °ซ 18-24 ซ.ม.
        2) กลุ่ม Fastidious gram negative bacteria เตรียมเชื้อให้ได้ pure culture อายุประมาณ 18-24 ช.ม.
        กรณี Haemophilus influenzae เขี่ยใส่ chocolate agar slant หรือ dorset egg บ่มที่ 37 °ซ ใน candle jar 18-24 ช.ม.
        3) ปิด ป้ายฉลาก รายละเอียด ชื่อ นามสกุล ผู้ป่วย ชื่อเชื้อที่ต้องการตรวจยืนยันที่หลอด หรือขวดตัวอย่าง

6. วิธีการนำส่งเชื้อ
        1) หุ้มหลอดหรือขวด ด้วยกระดาษทิชชูหรือวัสดุที่ดูดซับในปริมาณที่มากพอที่สามารถดูดซับของเหลวทั้งหมดได้ในกรณีที่ภาชนะบรรจุแตก
        2) ใส่ถุงพลาสติกรัดปากถุงให้แน่นบรรจุลงกล่องพลาสติกปิดฝาให้สนิท เพื่อป้องกันการไหลซึมของของเหลวในกรณีที่ภาชนะแตก
        3) บรรจุกล่อง กระดาษ เขียน ชื่อ ที่อยู่ ผู้รับ ด้านหน้า และ ผู้ส่งด้านหลังกล่อง ให้ชัดเจน
        4) อุณหภูมิในขณะนำส่งคืออุณหภูมิห้องไม่ต้องแช่เย็น นำส่งให้เร็วที่สุด กรณีกลุ่ม Fastidious gram negative bacteria ไม่ควรนำส่งช้ากว่า 48 ช.ม. (ถ้าเป็นวัดหยุดส่งไม่ทันให้วางไว้ที่อุณหภูมิห้อง)
        5) แนบรายละเอียด ตามแบบฟอร์มใบนำส่งตัวอย่าง ทุกครั้ง

7. เอกสารอ้างอิง
        1) IATA Dangerous goods Class 6.2 UN 2814, Packing Instruction 602; International Air Transport Asscociation, Montreal, Geneva 12 nd. Ed.
        2) J.J. Farmer III In Murray, PR, EJ Baron, MA Pealler, FC Tenover, and RH Yolken (ed.) Manual of Clinical Microbiology, 7th ed, American Society for Microbiology. Washington, DC. 1999 : 442 - 458.


การส่งผลิตภัณฑ์ที่มีจุลินทรีย์เป็นองค์ประกอบเพื่อตรวจหาเชื้อก่อโรค
  1. ชื่อโรคหรือเชื้อที่ต้องการตรวจ

              เชื้อบักเตรีและเชื้อราที่ก่อโรคในคนและสัตว์

  2. การเตรียมตัวอย่าง

              ให้นำตัวอย่างที่ต้องการตรวจ ส่งห้องปฏิบัติการทั้งห่อ หรือขวด โดยให้อยู่ในสภาพเดิม ห้ามเปิดก่อนทำการตรวจ

  3. ชนิดตัวอย่าง

              หัวเชื้อปุ๋ย, ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสีย

  1. ชนิดตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม

              1) ไม่มีรายละเอียดของผลิตภัณฑ์
              2) ภาชนะแตกหรือฉีกขาด
              3) ผลิตภัณฑ์หมดอายุ

  2. ข้อแนะนำวิธีการเก็บตัวอย่าง

              1) สินค้าที่ต้องการนำเข้า ต้องเก็บและส่งโดยเจ้าหน้าที่จากกรมศุลกากร
              2) หากจำเป็นต้องแบ่งออกมาจากสภาพเดิม ให้แบ่งโดยวิธีปราศจากเชื้อใส่ในภาชนะสะอาดปราศจากเชื้อ และต้องมีหลักฐานแสดงว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่หมดอายุ

  3. วิธีการนำส่งตัวอย่าง

              1) สินค้าส่งตรวจหากต้องการนำเข้าเพื่อจำหน่ายในประเทศ ต้องเก็บและส่งโดยเจ้าหน้าที่จากกรมศุลกากร
              2) ผลิตภัณฑ์ที่มีการระบุว่าต้องแช่เย็น ควรเก็บรักษาให้อยู่ในสภาพแช่เย็น จนกว่าจะส่งห้องปฏิบัติการ

กลับไปด้านบน


การเก็บตัวอย่างและส่งตรวจชันสูตรโรคเรื้อน (Leprosy)


1. ชื่อโรคหรือเชื้อที่ต้องการตรวจ
         โรคเรื้อน (Leprosy) มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium leprae เป็นโรคติดต่อโดยการสัมผัสและทางหายใจ

2. เวลาที่เก็บตัวอย่าง
         เก็บตัวอย่างก่อนและหลังการรักษา

3. ชนิดตัวอย่าง
         3.1 กรณีตรวจวินิจฉัยเก็บตัวอย่างเนื้อเยื้อผิวหนังในผู้ป่วยที่มีอาการทางผิวหนังเช่นมีวงด่างตุ่มนูนแดงที่มีอากาศชาร่วมด้วย ตรวจด้วยวิธีปกติมาตรฐานคือ ตรวจหาเชื้อย้อมติดสีทนกรดด้วย กล้องจุลทรรศน์และการตรวจทางพยาธิวิทยา

         1) Slit skin smear เก็บโดยการกรีดผิดหนังใช้ใบมีดผ่าตัด No. 15 กรีดผิวหนังลึกประมาณ 2 มม. ยาวประมาณ 5 มม. ขูดเนื้อเยื่อ (tissue pulp) ให้มีเลือดติดออกมาน้อยที่สุดและป้ายบนแผ่นกระจกสไลด์
         2) Skin biopsy เก็บโดยใช้ punch biopsy ตัดชิ้นเนื้อขนาด 0.4 - 0.6 มม. แช่ใน 10% formalin

3.2 กรณีตรวจยืนยันและตรวจเพื่องานวิจัย
         1) Slit skin smeat เก็บโดยการกรีดผิวหนังใช้ใบมีดผ่าตัด No.15 กรีดผิวหนังลึกประมาณ 2 มม. ยาวประมาณ 5 มม. ขูดเนื้อเยื่อ (tissue pulp) ให้มีเลือดติดออกมาน้อยที่สุดและป้ายบนแผ่นกระจกสไลด์
         2) Skin biopsy เก็บโดยใช้ punch biopsy ตัดชิ้นเนื้อขนาด 0.4 - 0.6 มม. แช่ในน้ำยาที่ใช้ในการขนส่งตัวอย่าง
         3) Nasal swab เก็บโดยใช้สำสีพันปลายไม้ (swab) จุ่มน้ำเกลือผ่านเข้าไปในโพรงจมูกผนังในสุดหมุน swab ขูดเนื้อเยื่อ (tissue pulp) เก็บใส่หลอดแห้ง ปิดฝาให้สนิท
         4) Serum เก็บโดยเจาะเลือด 1 ซี.ซี. ตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องจน serum แยกออก ปั่นแยก serum

4. ชนิดตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม
         4.1 สิ่งส่งตรวจที่มีฝาบรรจุตัวอย่างปิดไม่สนิท น้ำเข้า
         4.2 ภาชนะที่เบตัวอย่าง แตก ชื่อ ฉลาก ไม่ชัดเจน

5. ข้อแนะนำการเก็บตัวอย่าง
         5.1 การเก็บตัวอย่างในกรณีที่ตรวจวินิจฉัย แผ่นกระจกสไลด์ของตัวอย่าง slit skin smear ให้เก็บใส่กล่องเก็บกระจกสไลด์ ตัวอย่างใน 10% formalin ให้เก็บที่อุณหภูมิห้องแล้วส่งห้องปฏิบัติการ
         5.2 การเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจยืนยันและตรวจเพื่องานวินิจฉัย ให้เก็บตัวอย่างไว้ที่ 4°ซ แล้วรีบส่งห้องปฏิบัติการเพื่อทำการวิเคราะห์

6. วิธีการนำส่งตัวอย่างตรวจวินิจฉัย
ต้องติดฉลากที่ระบุชื่อผู้ป่วย อายุ เพศ วันที่เก็บ หน่วยงานที่เก็บตัวอย่างและชนิดตัวอย่าง บรรจุกล่องส่งห้องปฏิบัติการ แจ้งปลายทางทราบ
6.1 ตัวอย่างในกรณีตรวจวินิจฉัย ขนส่งตัวอย่างที่อุณหภูมิห้อง ส่งห้องปฏิบัติการ
6.2 ตัวอย่างในกรณีตรวจยืนยันและตรวจเพื่องานวิจัย ในระหว่างนำส่งให้แช่น้ำแข็งและจัดส่งให้เร็วที่สุด

7. เอกสารอ้างอิง
1) ศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระ รามสูต ตำราโรคเรื้อน ; โรงพิมพ์นิวธรรมดาการพิมพ์ กทม : ตุลาคม 2535 ; หน้า 276 - 289.
2) Woods SA, Cole ST. A rapid method for detection of potentially viable Mycobacterium leprae  in human biopsies : a novel application of PCR. FEMS microbio Lett 1989; 65 : 305-10.

Leprosy



กลับไปด้านบน



การเก็บและการส่งตัวอย่างชันสูตรโรคติดเชื้อบักเตรีไร้อากาศ
  1. ชื่อโรคหรือเชื้อที่ต้องการตรวจ

              เชื้อบักเตรีไร้อากาศ (anaerobic bacteria)ที่ก่อโรค

  2. การเตรียมผู้ป่วยเพื่อเก็บตัวอย่าง

               -

  3. ชนิดตัวอย่างและปริมาณ

              1) หนองจากแผลลึกๆ ได้แก่ หนองจากสมอง ปอด ตับ ช่องท้อง เป็นต้น
              2) สารน้ำในร่างกายที่ดูดมาจากที่ปกติไม่มีเชื้ออะไรอยู่เลยเช่น เลือด ช่องท้อง ช่องเยื่อหุ้มปอด สารน้ำภายในข้อ ในถุงน้ำคร่ำ น้ำดี
              3) เนื้อเยื่อต่างๆ
              4) สิ่งส่งตรวจที่เก็บโดยวิธีพิเศษเช่น เจาะผ่านหลอดคอ เจาะดูดจากกระเพาะปัสสาวะ
              5) วัตถุตัวอย่างที่ย้อมสีแกรมแล้วมีเชื้อที่มีลักษณะน่าจะเป็นบักเตรีไร้อากาศ

  4. ชนิดตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม

               1) เสมหะ
               2) swab ที่ป้ายจากในคอและในจมูก
               3) อุจจาระหรือ rectal swab (ยกเว้นอุจจาระที่เก็บจากผู้ป่วยที่สงสัยเป็นโรคอุจจาระร่วงจาก Clostridium difficile   โรคอาหารเป็นพิษจาก C. perfringens   และโรค botulism ให้เก็บส่งตรวจได้)
               4) ปัสสาวะจากการขับถ่ายและจากการสวน
               5) swab ที่ป้ายจากปากมดลูก หรือบริเวณช่องคลอด
               6) วัตถุตัวอย่างที่ปนเปื้อนด้วยเชื้อภายในลำไส้
               7) swab ที่เก็บมาจากแผลตื้นๆ

  5. ข้อแนะนำวิธีการเก็บตัวอย่าง

              การเลือกวัตถุตัวอย่างเพื่อตรวจวินิจฉัยเชื้อบักเตรีไร้อากาศ นอกจากดูประวัติผู้ป่วย ผลการตรวจของแพทย์หรือข้อมูลอื่นๆ แล้วต้องคำนึงถึงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บวัตถุตัวอย่างส่งตรวจ และต้องเก็บในบริเวณที่มีการติดเชื้อจริงๆ หลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของเชื้อที่อาศัยอยู่ปกติในบริเวณใกล้เคียงและจากสิ่งแวดล้อมภายนอก

              1) การเก็บวัตถุตัวอย่าง swab
               เป็นประเภทวัตถุตัวอย่างที่ไม่ดีนัก เนื่องจากป้ายตัวอย่างมาได้น้อยและมีเชื้ออื่นๆปนเปื้อนมาได้ง่าย แห้งง่าย อาจมีเชื้อตกค้างอยู่ตามสำลี แต่เมื่อมีความจำเป็นควรใช้ swab ที่เก็บไว้ในหลอดทดลองบรรจุแก๊ซคาร์บอนไดออกไซด์บริสุทธิ์ หลังจากป้ายตัวอย่างหรือเชื้อแล้วเก็บในหลอดแก้วที่บรรจุคาร์บอนไดออกไซด์บริสุทธิ์อีกหลอดหนึ่ง หรือจุ่มลงใน transport media ชนิดที่ปราศจากออกซิเจน (Prereduced Anaerobically Sterilized Cary-Blair medium, PRAS) หรือจุ่มอยู่ใน transport media แล้วรินพาราฟิลม์เหลวลงในหลอด วัตถุตัวอย่างควรเก็บมา 2-3 อัน

              2) การเก็บวัตถุตัวอย่างของเหลว
              ใช้เข็มและกระบอกฉีดยาเก็บตัวอย่างแล้วไล่อากาศในกระบอกฉีดยาออกให้หมดจึงฉีดสิ่งส่งตรวจอย่างน้อย 1 มล.ลงในขวดหรือหลอดทดลองที่ปราศจากเชื้อที่บรรจุแก๊ซคาร์บอนไดออกไซด์บริสุทธิ์ หรือเมื่อไล่อากาศในกระบอกฉีดยาออกหมดแล้วปักเข็มลงบนจุกยางที่ปราศจากเชื้อ เพื่อป้องกันเชื้อถูกกับอากาศ หรือถ้าไม่มีขวดหรือหลอดบรรจุแก๊ซคาร์บอนไดออกไซด์บริสุทธิ์ ให้เก็บตัวอย่างที่มากพอฉีดลงในขวดหรือหลอดทดลองเล็กๆ ให้เต็มขวดหรือหลอด เพื่อแทนที่อากาศให้มากที่สุด

              3) การเก็บวัตถุตัวอย่างเนื้อเยื่อ
              เป็นตัวอย่างที่เหมาะสมสำหรับเก็บมาตรวจชันสูตรเชื้อบักเตรีไร้อากาศที่ดีมาก เพราะเชื้ออยู่ในเนื้อเยื่อได้นานหลายชั่วโมง ควรเก็บเนื้อเยื่อในหลอดทดลองสะอาดปราศจากเชื้อที่บรรจุแก๊ซคาร์บอนไดออกไซด์บริสุทธิ์ หรือเลือกใช้ miniature anaerobic jar โดยใช้กระป๋องใส่ฟิลม์ขาด 35 มิลลิเมตร ภายในกระป๋องฟิลม์มีหลอดทดลองขนาดเล็กที่มีเนื้อเยื่ออยู่ และมีฝอยขัดหม้อ(steel wool) ทำปฏิกิริยาทางเคมีกับ copper sulfate solution ทำให้มีการดูดออกซิเจนไปใช้ปฏิกิริยา จึงเก็บตัวอย่างภายใต้ภาวะไร้ออกซิเจนได้
              นอกจากมีการเลือกตัวอย่างที่เหมาะสมส่งตรวจชันสูตรเชื้อบักเตรีไร้อากาศแล้ว ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อเชื้อในตัวอย่างที่จัดเก็บและควรทำให้เหมาะสมได้แก่ ปริมาณตัวอย่างที่จัดเก็บ ขนาดของภาชนะที่ใส่ตัวอย่าง ความชื้น ปริมาณออกซิเจน(Eh) อุณหภูมิในระหว่างการนำส่ง ระยะเวลาหลังการเก็บจนกระทั่งส่งถึงห้องปฏิบัติการ อาหารที่เชื้อจะใช้ดำรงชีพในระหว่างการนำส่ง การมีสารยับยั้งการเจริญของเชื้อหรือ anticoagulant หรือยาต้านจุลชีพ ในวัตถุตัวอย่าง

              4) การเก็บตัวอย่างจากผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นโรคอุจจาระร่วงโดยมีสาเหตุจาก Clostridium difficile
    เก็บอุจจาระสดที่ผู้ป่วยเพิ่งจะถ่ายมาประมาณ 1-2 กรัม หรือ 1-2 มิลลิลิตร ใส่ขวดปากกว้างที่สะอาดปราศจากเชื้อ ไม่ควรเก็บตัวอย่างโดยวิธี Rectal swab ควรส่งถึงห้องปฏิบัติการภายใน 2 ชั่วโมงหลังเก็บ

  6. วิธีการนำส่งตัวอย่าง

              ตัวอย่างที่เก็บแล้วควรนำมาดำเนินการตรวจเพาะเชื้อทันทีหรือนำส่งห้องปฏิบัติการภายใน 2 ชั่วโมง ถ้านานกว่านั้นก็ควรเก็บตัวอย่างไว้ที่อุณหภูมิห้อง ไม่ควรเก็บในที่เย็น เพราะความเย็นมีผลต่อการเจริญของบักเตรีไร้อากาศบางชนิดได้

  7. เอกสารอ้างอิง

              1) Howard B.J, Keiser JF. Anaerobic bacteria. In Howard BJ, Keiser JF, Smith TF, Weissfeld AS, Tilton RC, eds : Clinical and pathologenic microbiology. 2 nd ed. Mosby-Year Book, Inc. St.louis, 1994 : 383-423.

              2) ศิริพรรณ วงศ์วานิช. หนังสือคู่มือการตรวจวินิจฉัยเชื้อบักเตรีไร้อากาศในห้องปฏิบัติการ. Text and Journal Publication Co. Ltd. 2538 : 90 หน้า.

กลับไปด้านบน